“นิคอินสไปร์” เผยเคล็ดลับสร้างธุรกิจออนไลน์ให้รุ่ง แนะใช้ AI สร้างรายได้หลักล้าน

ความท้าทายของการทำตลาดออนไลน์ในปัจจุบันว่า ไม่ใช่เป็นเพียงการสร้างกระแสเพื่อให้เกิดยอดขาย แต่จะต้องทำให้เกิดความยั่งยืนของธุรกิจและแบรนด์ด้วย ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจและแบรนด์ประสบความสำเร็จในการทำตลาดออนไลน์ก็คือ ความเข้าใจและความเชี่ยวชาญในแพลตฟอร์มที่เลือกใช้ในการทำตลาดได้เป็นอย่างดี โดยการนำ AI เข้ามาใช้งานในแต่ละด้านของการทำธุรกิจและการตลาดได้อย่างชำนาญ

“นิคอินสไปร์” (NICKINSPIRE) เป็นหนึ่งในบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการทำการตลาดออนไลน์ และการเป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังยอดขายหลักร้อยล้านของแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพชั้นนำหลากหลายแบรนด์ โดยมีนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอย่าง “นิค – พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ” เป็นผู้ก่อตั้ง

คุณนิค- พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ ได้เล่าถึงที่มาก่อนจะเป็นนิคอินสไปร์อย่างในปัจจุบันว่า ตัวเขาเองเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานประจำทั่วไป กระทั่งได้มีโอกาสไปสมัครเป็นแอดมินคอยตอบคำถามลูกค้าทางออนไลน์ ซึ่งเป็นดั่งการจุดประกายให้เขาเริ่มต้นในการทำธุรกิจเป็นของตัวเองในระยะต่อมา “ครั้งแรกผมเริ่มธุรกิจจากเงิน 10,000 บาท นำไปซื้อสิ้นค้าที่สนใจ และทำคอนเท้นต์ลงใน Facebook IG Line แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่งไปหาผู้คนหมู่มากซึ่งได้ผลตอบรับดี มีลูกค้าที่มาสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก และนำกำไรมาต่อยอด จากรายได้ 1 ล้านบาทจนถึงรายได้เดือนละ 10 ล้านบาท”

โดยในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นช่วงที่ผมเข้าใจการขายออนไลน์และตกผลึกในระดับหนึ่ง แต่ละช่วงเวลาเป็นการเรียนรู้สะสมประสบการณ์โดยที่ผมไปเรียนกับโค้ชต่าง ๆที่เก่งในประเทศไทย และมาประยุกต์ใช้จนเข้าใจหลักของการทำตลาดออนไลน์ รวมถึงกระบวนการทำคอนเท้นต์เพื่อจะสื่อสารให้ตรงใจลูกค้า และการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ยอดขายเติบโตจนถึงหลัก 100 ล้านบาทได้ ซึ่งทุกคนสามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม การสร้างรายได้ 100 ล้านบาทต่อปี ผมมองว่าไม่ยากและไม่ง่าย เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่มาช่วยสนับสนุน โดยเฉพาะ AI ที่เข้ามาช่วยให้ทุกแพลตฟอร์มทำการตลาดง่ายขึ้น แต่การที่จะมียอดขาย 100 ล้านบาท สิ่งแรกต้องมีการวางแผนการตลาด วางกลยุทธ์ให้ชัดเจน จากนั้นก็นำแผนมาย่อยที่ละขั้นตอนว่า จะต้องทำยอดขายเดือนละเท่าไหร่ ย่อยออกมาเป็นวันละเท่าไหร่ มีพนักงานกี่คน และใช้งบในการโฆษณาเท่าไหร่ เป็นต้น สำหรับการทำธุรกิจบน Facebook จะมีค่าโฆษณา 30% สมมุติว่ามียอดขาย 100 บาท จะต้องมีค่าโฆษณาเฉลี่ยที่ประมาณ 30 บาท จากนั้นก็มาวิเคราะห์งบในการโฆษณา ซึ่งถ้าหักงบโฆษณาแล้วทำให้ธุรกิจมีกำไร เราก็สามารถสร้างธุรกิจได้

คุณนิค- พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ ยังเล่าต่อว่า หัวใจสำคัญที่จะทำให้ยอดขายเติบโตจนถึงหลักล้านบาท ด้วยการทำคอนเท้นต์สื่อสารให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า สร้างฐานลูกค้าและสร้างยอดขายให้เติบโตในอนาคต รวมถึงเรียนรู้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ได้เปลี่ยนโลก และเป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของผู้คน ทั้งช่วยเขียนโค้ด เขียนบทความ โต้ตอบคำถาม หรือให้บริการในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น โดยหนึ่งใน AI ที่เป็นกระแสมากที่สุดตอนนี้ก็คือ ChatGPT (แชทจีพีที) ปัญญาประดิษฐ์สุดล้ำ ที่ช่วยตอบโต้บทสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติได้อารมณ์ใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุด

“พงษ์ชัยวัฒน์ หรือ “นิค” ยังได้ขยายความว่า ChatGPT เป็น AI Chatbot ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน และกลายมาเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว และกำลังขยายความสามารถ รวมถึงยกระดับระบบปฏิบัติการให้มีบทบาทและเข้าถึงกลุ่มคนทุกวงการได้มากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากกระแสความตื่นตัวของผู้คนหลังจากมีการใช้งาน ChatGPT มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ บทบาทของ ChatGPT ในการเข้ามาช่วยการทำตลาดออนไลน์ ข้อดีของ ChatGPT หลัก ๆ คือ การมี AI คอยแบคอัพข้อมูลอยู่เบื้องหลัง ทำให้เราได้ข้อมูลที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ChatGPT จึงกลายเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำการตลาด โดยเฉพาะในเรื่องการหาไอเดีย หาข้อมูล คิดคอนเทนท์ คิดแคปชัน สามารถช่วยในเรื่องการทำโฆษณาต่าง ๆ และช่วยคิดวิเคราะห์ข้อมูล เพราะ ChatGPT ก็ทำงานเหมือนกับการนำข้อมูลต่าง ๆ บนโลกใบนี้มันรวมกัน แล้วก็นำมาประมวลผลเสนอให้เราในรูปแบบที่เราต้องการผ่านการใช้คำสั่งที่เหมาะสม ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ChatGPT จะเข้ามาตอบโจทย์ในการทำงานมากขึ้น ทั้งในเรื่องของธุรกิจ และอีกหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะที่กำลังมีการพัฒนาล่าสุด คือ ChatGPT เวอร์ชั่น 4 ที่นักพัฒนาระบบกำลังพยายามพัฒนาปลั๊กอินต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยเสริม เพื่อจะทำให้ ChatGPT สามารถเขียนบทความที่มีความเป็นอีโมชันมากขึ้น ใกล้เคียงกับการเขียนโดยมนุษย์

คุณนิค – พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ ยังเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ ทางโซเชียลมีเดีย ได้มีการปรับตัวกันมาก เทรนด์ที่มาแรงของปีนี้ก็คือในเรื่องของการไลฟ์สด จริงๆมันมีมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว รวมถึงในเรื่องของการทำคลิปสั้นควบคู่กันไป เพราะว่า เพราะว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากจะดูอะไรยาวๆ ดูแค่แป๊บเดียวก็ปัดหนีแล้ว ส่วนใหญ่เราก็จะเจอ คลิป Reels ค่อนข้างเยอะ ซึ่งทาง Facebook ก็จะผลักดันคลิป Reels อย่างมาก ทั้งนี้ การทำคลิปสั้นเพื่อสื่อสารออกไป ควรความยาวประมาณไม่เกิน 15 วินาที หรือ 30 วินาที หรือ 1 นาทีครึ่ง เพื่อจะสื่อสารแบรนด์หรือสินค้านั้นๆ นอกจากนี้ เรื่องของคิดคอนเทนท์ ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับตลาดออนไลน์ ที่จะทำให้แบรนด์ติดหรือแบรนด์สินค้ามีคุณภาพ คือการที่เราจะต้องสื่อสารให้ให้เข้าใจอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

สังเกตดูว่าทำไมคนถึงชอบคลิป Reels หรือคลิปสั้นกันมาก สมัยก่อนเราใช้รูปแบบหรือขนาด 16 ต่อ 9 ขนาด จะดูยาวๆ เล็กๆ ทำให้ดูมันไกลไป แต่แต่คราวนี้เราต้องเปลี่ยนมาเป็นอีกขนาดหนึ่ง คือ 9 ต่อ 16 ก็เลยจะใหญ่ขึ้นมา ขนาดภาพดูเหมือนจะใกล้คนมากขึ้น ภาพเริ่มเต็มจอขึ้น โดยเราพยายามทำสื่อให้เหมือนกับคนตัวใหญ่เต็มๆ รู้สึกว่าจะมีความใกล้ชิดกับแบรนด์มากขึ้นถ้าเห็นคนตัวใหญ่ ดังนั้นเรื่องของขนาดและการออกแบบสื่อ ก็มีส่วนสำคัญในการทำตลาดออนไลน์ด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ใครที่อยากทำตลาดออนไลน์ให้ปังปีนี้ ควรทำคลิป Reels หรือ TikTok ลงสื่อให้เยอะๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้แบรนด์เราติดตลาด เพราะว่าได้รับการสื่อสารที่ดีต่อเนื่อง นอกจากนี้ เทรนด์ของคนทุกวันนี้ ไม่ชอบเรื่องของการขายของโดยสื่อสารสินค้าแบบตรงๆแล้ว เทรนด์ตลาดยุคนี้ต้องเป็นลักษณะของการ Tie in การขายสินค้าเหมือนไม่ได้ขาย เราไม่ควรพูดเรื่องของตัวเองมาก พูด Tie in เข้ามาเล็กน้อยก็พอ ส่วนใหญ่คนจะไม่ค่อยชอบโดนขายของหรือยัดเยียดให้ซื้อ การ Tie in ให้เห็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์แว๊บแว๊บหรือ เล็กน้อย มันจะเกิดความน่าสนใจและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

คุณนิค- พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงแผนธุรกิจของนิคอินสไปร์และนิคเอ็นเตอร์ไพรซ์ว่า ปัจจุบันนิคเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัทแรก กำลังพัฒนาไปอีกขั้น โดยเริ่มมองหาสินค้าที่มีความน่าสนใจแล้วร่วมลงทุนด้วย เพื่อต่อยอดสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ ไม่ใช่เป็นแค่ตัวแทนจำหน่ายเพียงอย่างเดียว และล่าสุดได้จับมือกับคัมปรา (Kumpra) ของ นพ.ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ ร่วมทุนทำผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ “VTAL” (วีทัล) เครื่องดื่มสมุนไพรและผลไม้สกัดเข้มข้น ที่ช่วยบำรุงหลอดเลือด และหัวใจ และได้เปิดตัวหนังโฆษณาเป็นเรื่องแรกไปแล้วในเดือนธันวาคม 2023 ที่ผ่านมา โดยได้ กู๋แมธธ์ – สุวิทย์ เอื้อศักดิ์ชัย นักพัฒนาและสร้างแบรนด์ชื่อดัง มาเป็นครีเอทีฟและดูแลการผลิตในครั้งนี้ มี Key Message “ตีบ แตก ตัน” เป็นตัวสร้าง Brand awareness ส่วนนิคอินสไปร์ จะดำเนินธุรกิจในลักษณะคล้ายกัน ต่างกันที่แบรนด์สินค้าที่ดูแล โดยนิคอินสไปร์ จะเฟ้นหาสินค้าที่มีแบรนด์ดิ้งที่ดี มีคุณภาพ และน่าเชื่อถือ นำมาทำการตลาดโดยเน้นช่องทางออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กและไลน์ และเป็นช่องทางจำหน่ายเพื่อกระจายสินค้าสู่กลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุดต่อไป

คุณนิค – พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ กล่าวทิ้งท้ายว่า “สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจให้เติบโต คือหัวใจของการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า นอกจากจะได้ฐานลูกค้าจากออนไลน์แล้ว การดูแลลูกค้าให้ดีเป็นอีกหนึ่งมิติที่จะมีการพูดถึงการเยอะมาก ฉะนั้นเทรนด์ปีนี้จะพูดถึงการดูแลลูกค้าเป็นหลัก เพราะงบประมาณในการทำโฆษณาจะสูงขึ้น ในช่วงแรกของการทำธุรกิจอาจจะยังไม่ทำกำไร ทุกธุรกิจจะต้องมีการทำ CRM (Customer Relationship Management) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและสร้างฐานลูกค้าให้เติบโต ซึ่งจะต่อยอดไปถึงการสร้างยอดขายที่เติบโตในอนาคต”

#นิคอินสไปร์ #ธุรกิจออนไลน์ #สร้างรายได้