“อลงกรณ์ พลบุตร” มอบทุนการศึกษาบุตร – ธิดา สมาชิกชมรมช่างภาพการเมือง ครั้งที่ 14

25 ก.พ. 67 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสัมมนา B1 – 2 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานที่ปรึกษาชมรมช่างภาพการเมือง เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร – ธิดา สมาชิกชมรมช่างภาพการเมือง ครั้งที่ 14 โดยมี นายชัยยศ ศิริสวัสดิ์ ประธานชมรมช่างภาพการเมือง กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน ทั้งนี้ ดร.วิชัย ปิยวรรณวงศ์ ที่ปรึกษาประจำคณะ กมธ.ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบ และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเมฆ ปัณฑรานุวงศ์ ประธานมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย และนายฉลาด จันทร์เดช อดีตประธานชมรมช่างภาพการเมือง ร่วมมอบทุนการศึกษา

พร้อมกันนี้ ยังได้มอบทุนการศึกษาให้แก่ ด.ช.ประพัฒน์ พุ่มไม้ จากโรงเรียนสอนคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสามล้อให้แก่ นายสุทิน แสงคำ และน้องเก่ง ด.ช.นิธิกร ขุนเมือง บุตรชาย ซึ่งทางชมรมช่างภาพการเมือง ร่วมกับเครือข่ายจิตอาสารัฐสภาฯ ได้รวบรวมทุนทรัพย์จากผู้ใจดีที่ร่วมสมทบในการจัดซื้อเพื่อเป็นกำลังใจให้นายสุทิน ได้ใช้ในการดำเนินชีวิตและหาเลี้ยงชีพต่อไป
โอกาสนี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร กล่าวให้โอวาทใจความตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ทางชมรมช่างภาพการเมืองได้จัดพิธีมอบทุุนการศึกษา และได้เชิญตนมาร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาในวันนี้ โดยเป็นการมอบสวัสดิการและความรักให้กับสมาชิกและครอบครัว ปีนี้เป็นปีที่ 14 ของการจัดพิธีมอบทุน วันเวลาที่ผ่านมา หากนับย้อนไปตั้งแต่สมัยนายฉลาด จันทร์เดช เป็นประธานชมรมฯ จนมาถึงนายชัยยศ ศิริสวัสดิ์ เป็นประธานชมรมฯ ถือว่าเป็นเวลากว่าทศวรรษ เราเริ่มต้นตั้งแต่บุตรของนายฉลาด ศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล 1 คณะกรรมการชมรมในยุคแรก จนมาถึงยุคปัจจุบัน ได้ส่งต่อความรัก ส่งต่ออนาคต ผ่านการศึกษา 14 ปีที่เราเริ่มต้น ตั้งแต่บุตรของสมาชิกศุึกษาชั้นอนุบาล 2 วันนี้ก็จบปริญญาตรีแล้ว และมีหลายคนที่จบการศึกษา มีงานทำแล้ว นั่นคือความภาคภูมิใจที่เราได้ทำหน้าที่เป็นสะพานชีวิต และเป็นสะพานชีวิตที่ไม่มีวันจบสิ้นจนกว่าเราจะจบชีวิตของเรา ปีนี้จะเห็นช่างภาพอาวุโส

ที่ท่านเหล่านั้นอายุมากแล้ว สุขภาพร่างกาย ก็ไม่แข็งแรง มีโรคภัยไข้เจ็บ บางท่านพบเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ท่านก็ไม่ได้มา สะพานชีวิตของพวกเราเป็นสะพานชีวิตที่ยาวนาน เหน็ดเหนื่อย การทุ่มเทชีวิตของพ่อแม่ให้ลูกทุกคนได้เหยียบย่ำสะพานชีวิตของพ่อแม่ อาชีพสื่อมวลชน โดยเฉพาะช่างภาพเป็นอาชีพที่ต้องทำงานหนัก เป็นอาชีพที่เสี่ยงภัย เป็นอาชีพที่ต้องทำหน้าที่ เป็นเหมือนหูตา ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดของประเทศชาติ เสมือนตา เสมือนหูของร่างกายของทุกคน ภาพแต่ละภาพ เป็นตัวแทนคำอธิบายถ้อยคำนับพันนับหมื่น เป็นอาชีพที่ทรงเกียรติ มีคุณค่า มีประโยชน์ แต่เป็นอาชีพที่ไม่เกิดความร่ำรวย ทั้งนี้ ความร่ำรวยจะว่าด้วยตัวเงินอย่างเดียวคงไม่ได้ ความร่ำรวยในการทำประโยชน์ให้บ้านเมือง ให้กับสังคม เป็นความร่ำรวยที่ยั่งยืนที่สุด เงินทองอาจจะหมดไป แต่สิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ที่ชมรมช่างภาพการเมืองได้สร้างไว้ ได้ถูกถ่ายทอดตอบแทน โดยผู้มีอุปการะคุณ ตลอดเวลา 14 ปี ที่ผ่านมา ปีนี้มอบจำนวน 80 ทุน และได้มอบทุนให้กับสวัสดิการช่างภาพอาวุโสอีก 4 ทุน สิ่งสำคัญคือดีใจที่ประธานชมรมฯ และกรรมการชมรมฯ ได้มอบสิ่งที่เป็นความห่วงใยเอื้ออาทรให้กับคุณพ่อสุทิน แสงคำ และน้องลูกหมี ด.ช.ประพัฒน์ พุ่มไม้ คุณพ่อสุทิน เป็นคุณพ่อที่เป็นสะพานชีวิตให้กับน้องเก่ง บุตรชาย ที่ประสบอุบัติเหตุทำให้ทุพพลภาพแต่ก็ต่อสู้ชีวิต และขอให้คุณพ่อสุทินมีกำลังใจเพราะเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ เอื้ออาทรต่อเรา เราจะเดินไปขายลอตเตอรี่ด้วยความยากลำบากเหนื่อยยากแต่เพื่อน ๆ เราก็ไม่เคยทอดทิ้ง น้องเก่งเป็นลูกที่ตั้งใจเรียนและเรียนดี ปีนี้ขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก็ขอให้รู้ว่าชีวิตของพ่อทำได้ทุกอย่าง เช่นเดียวกับคุณแม่ผึ้ง คุณแม่ของน้องลูกหมี ที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งน้องลูกหมีเป็นลูกที่ดี แม้ว่าจะต้องเผชิญอุปสรรคปัญหาในชีวิต ทั้งการเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง การต้องไปรับส่งลูกไปโรงเรียนซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง แต่สิ่งที่ทั้งพ่อสุทินและคุณแม่ผึ้งพึงมีคือความรักที่มีต่อลูกและการมีเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ไม่ทอดทิ้งกัน นั่นคือที่มาของกำลังใจของตนเอง และของเพื่อน ๆ ตนเคยเป็นสื่อมวลชนมาก่อน

และไม่เคยลืมรากเหง้าของตนเอง ชีวิตการเป็นนักหนังสือพิมพ์ กินไม่ครบทุกมื้อ ในยุคสมัยนั้น ค่าจ้างออกบ้างไม่ออกบ้างแต่ยังดีที่มีเครดิตร้านข้าวแกงที่อยู่หน้าโรงพิมพ์ ที่พักคือโต๊ะทำงานเพราะนอนที่โต๊ะทำงาน แต่ชีวิตเช่นนั้นทำให้เราคิดถึงคนอื่น ในที่สุดก็ตั้งสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เพราะต้องการเห็นสวัสดิภาพที่ดีกว่า ต้องการเห็นสวัสดิการที่ดีขึ้นของสื่อมวลชน ซึ่งยากลำบากมากกว่าในยุคนี้ สมัยก่อนยังมีสถานีโทรทัศน์ไม่กี่ช่อง ไม่มีสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ไม่มีสื่อออนไลน์ ไม่มีสื่ออินเทอร์เน็ต มีแต่สื่อหนังสือพิมพ์และวิทยุไม่กี่สถานี ชีวิตยากลำบากมาก จึงร่วมแรงรวมใจกันจัดตั้งสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อตนอายุได้ 24 ปี วันเวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะยาวนานเพียงใด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ของเราได้ เราอาจไม่สามารถทำให้ทุกคนมีอุดมการณ์ มีอุดมคติเหมือนเราได้ทุกคน แต่เราก็ไม่ยอมเปลี่ยนอุดมการณ์ ความมุ่งมั่น อย่างน้อยเราไม่ลืมรากเหง้าที่จะมาดูแลกันเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่งก็ตาม

แต่ตนเพียงลำพังไม่สามารถดูแลพวกเราได้ จึงมีนายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด ที่เป็นทั้งผู้ช่วยและเพื่อนที่ช่วยสนับสนุนมาโดยตลอด และยังมีนายสุเมฆ ปัณฑรานุวงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่ชั้นปี 1 ดร.วิชัย ปิยวรรณวงศ์ และยังมีอีกหลายท่านที่ไม่สามารถเอ่ยนามได้หมด สะพานชีวิตของตนในฐานะพ่อ ในฐานะที่เป็นรากเหง้าของสื่อมวลชนคือสะพานชีวิตที่เหมือนกันทุกคน อาจจะแตกต่างกันบ้าง แต่สิ่งที่พวกเรามีเหมือนกันทุกคนคือความรักที่มีต่อลูก ความห่วงใยที่มีต่อครอบครัวและเพื่อน ๆ และขอให้ลูก ๆ ทุกคนได้รู้ว่า การเป็นลูกที่เราได้เหยียบย่ำแต่ละก้าวเดินในสะพานชีวิตของพ่อแม่นั่นคือหยาดเหงื่อ คือความทุกข์ยาก ความเหนื่อยยาก จึงขอให้เดินสู่เส้นทางของคนดี เดินบนสะพานนี้ในความเป็นลูกที่ดี สิ่งที่พ่อแม่หวังอย่างเดียวคือขอให้ลูกเป็นลูกที่ดี เป็นคนดีของสังคม ความสำเร็จของลูกจะลบล้างความเหนื่อยยากและความยากลำบากในชีวิตของพ่อแม่ และหวังว่าลูกก็จะเป็นสะพานชีวิตที่ดีของเพื่อน ๆ ของลูก ๆ ต่อไปในวันข้างหน้า และขอเป็นกำลังใจให้ลูกหลานทุกคน ขอให้เป็นสะพานชีวิตที่ดีต่อไป และขอขอบคุณกรรมการทุกคนที่ได้แบ่งปันและต่อยอดชีวิตให้กับลูกหลาน โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา

สำหรับพิธีมอบทุนการศึกษาดังกล่าว ชมรมช่างภาพการเมืองได้มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตร – ธิดา สมาชิกชมรมฯ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงมหาวิทยาลัย เป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 80 ทุน ๆ ละ 3,000 บาท และทุนช่วยเหลือช่างภาพอาวุโส จำนวน 4 ทุน ๆ ละ 10,000 บาท โดยรายได้จากการจัดแข่งขันโบลิ่งการกุศล ครั้งที่ 14 และบริษัท สยาม ไวเนอรี่ จำกัด ในนาม นายเฉลิม อยู่วิทยา กรรมการผู้จัดการ มอบจำนวน 200,000 บาท

#อลงกรณ์พลบุตร #มอบทุนการศึกษา #ชมรมช่างภาพการเมือง