จังหวัดกระบี่ ตอบรับแคมเปญ “ท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่อง” ในโครงการสร้างถนนสีเขียว

กุมภาพันธ์ 9, 2021 | คอมเม้น 0

โครงการสร้างถนนสีเขียวจากการ Upcycling บรรจุภัณฑ์กาแฟเขาช่องและขยะพลาสติก แห่งแรกของโลกในอุทยานแห่งชาติ
.
ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและคำนึงผู้บริโภคอยู่เสมอ สำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟเขาช่อง ภายใต้การบริหารงานของ ดร.อริยา จิระเลิศพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ แห่งกาแฟเขาช่อง ที่ได้จัดแคมเปญสร้างสรร “ท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่อง” เพื่อลดปัญหาขยะพลาสติกล้นเมือง อีกทั้งมุ่งมั่นในการนำขยะพลาสติกและบรรจุภัณฑ์กาแฟเขาช่อง ไปทำทางเดินออกกำลังกาย ทางรถเข็นสำหรับผู้พิการ และบล็อกอัพไซเคิลปูลานกิจกรรมในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นครั้งแรกของการทำถนนรีไซเคิลในอุทยานแห่งชาติ

ล่าสุด แคมเปญ “ท้าไม่ทิ้งกับกาแฟเขาช่อง” ได้รวบรวมบรรจุภัณฑ์กาแฟเขาช่องและถุงพลาสติก จากประชาชนทั่วประเทศ เข้ากระบวนการทำบล็อกอัพไซเคิล โดยความร่วมมือกับ โครงการกรีนโรด ผศ.ดร. เวชสวรรค์ หล้ากาศ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะ พีพี ตําบลอ่าวนาง อําเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ จัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจัดการขยะพลาสติก ภายใต้โครงการถนนสีเขียวจากการ Upcycling บรรจุภัณฑ์กาแฟเขาช่องและขยะพลาสติกแห่งแรกของโลกในอุทยานแห่งชาติ เปิดอบรมให้กับเจ้าหน้าที่อุทยาน หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนที่สนใจ กว่า 50 คน เพื่อเริ่มโครงการทำเป็นถนนเลียบชายหาดระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นถนนที่ทำมาจากขยะพลาสติกที่ยาวที่สุดในประเทศไทยและเป็นแห่งแรกของโลกในอุทยานแห่งชาติ

สำหรับวิธีทำและส่วนผสมในการนำขยะมาอัพไซเคิลก็จะนำขยะพลาสติกที่ยืดหยุ่นได้ พวกถุงขยะแก้วพลาสติก ช้อน แก้ว ประเภท PP หรือ PE นำมาผสมกับทรายโดยใช้ความร้อนแล้วใส่ขยะลงไปแล้วอัดให้แน่น โดยอัตราส่วนในการผสมจะต่างกันระหว่างบล็อกตัวหนอนและทำถนน ถ้าเราจะทำถนนในพื้นที่ 1 ตารางเมตร จะใช้ขยะพลาสติกจำนวน 1 กิโลกรัม ใน 1 กิโลเมตร สามารถกำจัดขยะได้ 1ถึง3ตัน ส่วนบล็อก 1 ก้อน ใช้ขยะพลาสติก 1 กิโลกรัม ทราย 3 กิโลกรัม แล้วนำมาผสมกันแต่หลักๆ คือความร้อนโดยเผาหรือคั่วทรายให้ร้อนแล้วใส่ขยะพลาสติกลงไปแล้วอัดให้แน่นใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ใช้ได้เลย ส่วนความทนทานของบล็อกอาจจะน้อยกว่าคอนกรีตอยู่บ้างแต่ก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี แต่ถ้านำมาทำถนนสามารถทำให้แข็งแรงมีเสถียรภาพทนทานกว่าถึง 3 เท่าของมาตรฐานถนนทั่วไปและสามารถประหยัดค่าซ่อมบำรุงต่อปีได้เป็นอย่างมาก