ถอดกลยุทธ์ ‘ลา เบลล่า’ (LA BELLA) รองเท้าแบรนด์ดังที่ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท หลังเปิดตัวเพียง 1 ปี

ตุลาคม 6, 2020 | คอมเม้น 0

ถอดกลยุทธ์ ‘ลา เบลล่า’ (LA BELLA) รองเท้าแบรนด์ดังที่ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท หลังเปิดตัวเพียง 1 ปี จากการทำตลาดออนไลน์ ชูจุดแข็งรองเท้าแฟชั่นที่สวมใส่สบายตามหลักสรีรศาสตร์เท้าเจ้าแรกของไทย  ล่าสุดโตต่อเนื่องสวนกระแสเศรษฐกิจอีก 300% ตั้งเป้านำแบรนด์โกอินเตอร์หลังวิกฤตโควิด-19
.
แน่นอนว่าการพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้การติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องง่าย ทำให้โลกของการทำธุรกิจนั้นเปิดกว้างขึ้นในรูปแบบของการสร้างธุรกิจออนไลน์
อีกทั้งยังเป็นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยล่าสุดตลาดอี-คอมเมิร์ซของไทยในปี 2020 ได้ถูกคาดการณ์จากไพรซ์ซ่า (Priceza) ว่ามูลค่าจะพุ่งแตะถึง 220,000 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ผลักดันให้ผู้บริโภคหันมาช้อปปิ้งสั่งสินค้าทางออนไลน์กันมากขึ้น

โดยหนึ่งในแบรนด์ไทยที่ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ออนไลน์เป็นอย่างมากก็คือ ‘ลา เบลล่า’ (LA BELLA) แบรนด์รองเท้าแฟชั่นที่สวมใส่สบายตามหลักสรีรศาสตร์ของเท้าที่ก่อตั้งโดย 2 สาวนักธุรกิจมากความสามารถ ได้แก่ ดร.บรินดา แฮนเซ่น นักธุรกิจออนไลน์เจ้าของฉายา ‘เจ้าแม่เฟซบุ๊กของเมืองไทย’ และพิรีพรรณ อนุพงษ์ไพบูลย์ นักธุรกิจสาวผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการเครื่องหนังมากว่า 10 ปี  โดยทั้งคู่ได้เริ่มสร้างแบรนด์ขึ้นในปี 2018 และสามารถนำพาแบรนด์ให้เติบโตจนมีรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท ตั้งแต่ปีแรกด้วยกลยุทธ์ ‘Winning Product’ คือการเน้นย้ำเรื่องสินค้าที่มีคุณภาพ โดยใช้นวัตกรรมการตัดเย็บโครงรองเท้าที่พัฒนาตามหลักสรีรศาสตร์ที่สวมใส่สบายเหมือนรองเท้าสุขภาพมาผสมผสานกับความเป็นแฟชั่นที่สวยงาม เพราะในช่วงเวลาที่ตลาดมีการแข่งขันสูง คุณภาพสินค้าที่ดีและแตกต่างจากคู่แข่งจะสามารถทำให้แบรนด์เติบโตได้อย่างยั่งยืน

‘ลา เบลล่า’ (LA BELLA) แบรนด์รองเท้าแฟชั่นเจ้าแรกของเมืองไทยที่ผสมผสานความงดงามทางแฟชั่นและหลักสรีรศาสตร์เท้าของรองเท้าสุขภาพเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว โดยมีจุดเด่นอยู่ที่โครงรองเท้าที่ผลิตให้เป็นแบบซอฟท์ คุชชั่น (Soft Cushion) ด้วยเทคนิคการบุคุชชั่นด้านใน ทำให้เวลาสวมใส่แล้วนุ่มสบายเท้า แม้คนเป็นโรครองช้ำก็สามารถสวมใส่ได้ เพราะมีการบุพื้นด้านในให้หนาพิเศษถึง 5 มิลลิเมตร รวมถึงส้นรองเท้าดีไซน์พิเศษแบบ Body Weight Distribution สำหรับรองรับน้ำหนักบริเวณอุ้งเท้า และยังช่วยกระจายน้ำหนักตัวได้เป็นอย่างดี จึงทำให้สามารถเดินได้เป็นระยะเวลานาน แม้เดินวันละเป็นหมื่นก้าวในเวลาที่ต้องไปต่างประเทศ อีกทั้งวัสดุที่ใช้ยังผลิตจากหนังลูกแกะจึงทำให้รองเท้ามีสัมผัสนุ่มสบายกว่ารองเท้าทั่วไป ประกอบกับการออกแบบหน้าเท้าที่มีความยืดหยุ่น เมื่อสวมใส่แล้วจะไม่รู้สึกบีบเท้า และเท้ายังดูเรียวสวยอีกด้วย นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังเพิ่มการบุคุชชั่น (Soft Cushion) บริเวณด้านหลังเพื่อลดการเสียดสีขณะก้าวเดิน 

ดร.บรินดา แฮนเซ่น กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโปรดักซ์ว่า “จากประสบการณ์ที่เราอยู่ในธุรกิจออนไลน์มานาน เรารู้ว่าในยุคนี้การแข่งขันสูงขึ้นมาก การสร้างแบรนด์เป็นเรื่องสำคัญ การสร้างแบรนด์ที่ดีจะต้องเริ่มต้นจากการสร้างสินค้าที่ดี มีคุณภาพอย่างแท้จริง และสร้างกิจกรรมการตลาดต่างๆ เพื่อเสริมสร้างมูลค่าของแบรนด์ ให้ลูกค้ามั่นใจ หากเรามีสินค้าที่ดีที่เป็น Winning Product อย่างแท้จริง ควบคู่กับกิจกรรมการสร้างแบรนด์ที่ดีแล้ว ธุรกิจจะเติบโตได้เร็วมากเพราะตลาดออนไลน์ในยุคนี้ลูกค้ามีความพร้อมที่จะซื้อสินค้าอย่างแท้จริง”

ด้าน พิรีพรรณ อนุพงษ์ไพบูลย์ เสริมว่า “เราเริ่มศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับหลักสรีรศาสตร์ของเท้า และเริ่มออกแบบโครงรองเท้าร่วมกับนักสรีรศาสตร์อย่างพิถีพิถัน ซึ่งเราแก้แพทเทิร์นรองเท้าซ้ำแล้วซ้ำอีก ในทุกส่วนโค้งจะต้องใส่มาแล้วหน้าเท้าเรียวสวยแต่ต้องไม่บีบ มีการดีไซน์บริเวณหน้าเท้าที่ยาวปิดร่องนิ้วทั้งหมด จะสังเกตได้ว่าเมื่อใส่รองเท้าของลา เบลล่า ทุกคู่จะไม่เห็นร่องนิ้ว โครงพื้นรองเท้าต้องสามารถรองรับการเดินได้ อย่างถูกหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้รองรับน้ำหนักตัวที่กดทับอุ้งเท้า ทำให้เดินนานๆ แล้วไม่รู้สึกเมื่อย โดยรองเท้าของเราจะมีตั้งแต่ไซส์ 35 – 42 ทั้งหมด 8 ไซส์ ซึ่งทดลองกับกลุ่มคนที่มีสรีระเท้าต่างๆ เช่น หน้าเท้ากว้าง หรือหน้าเท้าแบน เพื่อปรับแก้โครงจนแน่ใจว่าแต่ละไซส์สวมใส่สบาย”
.
จะเห็นได้ว่าด้วยกลยุทธ์ ‘Winning Product’ ที่สามารถสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท ได้ส่งผลให้ ‘ลา เบลล่า’ (LA BELLA)
มีกลุ่มลูกค้าจำนวนมากที่รอซื้อรองเท้าดีไซน์ใหม่อยู่ตลอด เพราะทุกคอลเลกชั่นที่ออกมาจะขายหมดภายใน 2-3 วันแรก อีกทั้งยังเป็นการซื้อซ้ำจากลูกค้ากลุ่มเดิม และยังมีการบอกต่อจากกลุ่มลูกค้าเดิมไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ จึงทำให้แบรนด์สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
.
ในแง่ของกลยุทธ์การตลาด ‘ลา เบลล่า’ (LA BELLA) ได้ใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบ ‘Sincere Testimonial’
ด้วยการ Influencer หรือผู้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค มาบอกเล่าประสบการณ์การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ อาทิ แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ เพราะแบรนด์เชื่อว่าการสื่อสารด้วยความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญ เพราะคอนเทนต์ในโลกออนไลน์ขณะนี้มีจำนวนมาก และผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อจากคอนเทนต์ที่พวกเขาเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง ไม่ใช่เพียงแค่การโฆษณาเท่านั้น รวมถึงการทำโฆษณาผ่านแอปพลิเคชั่นในออนไลน์ที่ทางแบรนด์ได้ศึกษากลยุทธ์การยิงโฆษณามาเป็นอย่างดี 
.
ดร.บรินดา แฮนเซ่น ผู้คร่ำหวอดในวงการโฆษณาเฟซบุ๊กระดับแนวหน้าของเมืองไทยเผยว่า “เราให้ความสำคัญกับการทำโฆษณาออนไลน์เป็นอย่างมาก
โดยแต่ละเดือนจะใช้งบโฆษณาออนไลน์กว่า 7 หลัก และมีระบบการวางแผนการทำโฆษณาแบบมืออาชีพ เพราะนอกจากจะมีสินค้าที่คุณภาพดี คอนเทนต์น่าสนใจ การทำโฆษณาก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะเป็นวิธีการที่เข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยกลยุทธ์โฆษณาของเราจะเจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน (Custom Audience) และจะเน้นเรื่องการตอกย้ำความน่าสนใจไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เราเห็นว่ามีความสนใจในสินค้าเป็นหลัก (Retargeting) จึงทำให้การทำโฆษณามีประสิทธิภาพที่ดีกว่า”
.
ในช่วงที่ผ่านมาที่คนต้องกักตัวอยู่ในบ้าน และมีเวลาเล่นโซเชียลมากขึ้น
ทางแบรนด์ก็ยังคงทำโฆษณาทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายโตสวนกระแสภาวะเศรษฐกิจถึง 300% โดยหลังสถานการณ์โควิด-19 จบลง ‘ลา เบลล่า’ (LA BELLA) ได้เตรียมขยายตลาดไปต่างประเทศที่สวีเดน และลอสแอนเจลิส เนื่องจากเป็นตลาดที่ทางแบรนด์เตรียมขยายไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ต้องหยุดชะงักจากสถานการณ์โควิด-19
.
พบกับแบรนด์รองเท้า ‘ลา เบลล่า’ (LA BELLA) ได้แล้ววันนี้ทาง
เว็บไซต์ http://www.labella-softshoes.com
เฟซบุ๊ก La Bella – Soft Shoes
อินสตาแกรม Labella_softshoes,
ไลน์แอด @labella_shoes
โทร. 061-387-6060