กก.สส.บก.ตม.3 ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา ลักลอบจำหน่าย หน้ากากอนามัยเกินราคา

พฤษภาคม 13, 2020 | คอมเม้น 0

กก.สส.บก.ตม.3 ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา ลักลอบจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา ของกลางหน้ากากอนามัย จำนวน 34,000 ชิ้น
.
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวจับกุม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
.
ด้วยเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทำการสืบสวน ทราบว่ามีกลุ่มคนต่างด้าวลักลอบกักตุนและจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาและไม่ได้มาตรฐาน ในพื้นที่ อ.บางพลี จ. สมุทรปราการ
จนสามารถจับกุม นายหยางซึง (นามสมมติ) อายุ 49 ปี ได้พร้อมของกลางหน้ากากอนามัยจำนวน 15,000 ชิ้น นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย แล้วนั้น ต่อมาวันที่ 7 พ.ค. 2563 เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทำการสืบสวนขยายผล พร้อมกับขออนุมัติหมายค้นต่อศาลอาญารัชดา เพื่อเข้าตรวจค้นบ้านในซอยรัชดา 13 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้น พบหน้ากากอนามัย จำนวน 10,000 ชิ้น โดยมี นายอาแพ่ะ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี แสดงตนเป็น ผู้ครอบครองหน้ากากอนามัยดังกล่าว โดยให้การว่า สั่งซื้อมาจากเพื่อนชาวจีน เพื่อนำมาขายต่อให้กับลูกค้าในประเทศไทย แต่ไม่สามารถนำเอกสารใดๆมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนให้สายลับกับนายอาแพ่ะ ติดต่อสั่งซื้อหน้ากากอนามัยเพิ่มเติม ปรากฏว่าสามารถสั่งซื้อหน้ากากอนามัยเพิ่มเติม ได้จำนวน 24,000 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 11 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สายลับโอนเงินวางมัดจำ จำนวน 3,000 บาท โดยนัดส่งของกันที่บริเวณ ลานจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 11 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จากนั้นจึงได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้รอบๆบริเวณดังกล่าว ต่อมาเวลา 17.00 น. ได้มีนายอาหลู่ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 38 ปี ได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ดเรนเจอร์ สีดำ บรรทุกกล่องลังกระดาษสีน้ำตาล มาจำนวน 12 ลัง มาจอดที่บริเวณนัดหมาย และเรียกนายอาแพ่ะกับสายลับไปดู เมื่อเปิดกล่องลังกระดาษดังกล่าวปรากฎว่า เป็นหน้ากากอนามัย สายลับจึงส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัว เพื่อขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบหน้ากากอนามัยทั้งสิ้น 24,000 ชิ้น สอบถามนายอาหลู่ และ น.ส.บี รับสารภาพว่าลักลอบจำหน่ายหน้ากากอนามัยให้กับกลุ่มลูกค้าสูงเกินราคาจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานเจ้าหน้าที่จากกรมการค้าภายในเพื่อร่วมตรวจสอบหน้ากากอนามัยที่จับกุมได้ดังกล่าว พร้อมทั้งนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
.
พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวว่า หน้ากากอนามัยจำนวนดังกล่าว เป็นสินค้านำเข้ามา จากประเทศจีน โดยไม่ได้ขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมาย และมีการขายเกินราคา และเชื่อว่ายังมีขบวนการทั้งคนไทยและคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าวอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลจับกุมมาดำเนินคดีเนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19
.
สำหรับโทษที่ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ในข้อหาขายเกินราคาควบคุม จะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาขายมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ในข้อหาขายแพงเกินสมควรมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน1.4 แสนบาท และหากเป็นผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายก็ต้องแจ้งปริมาณการถือครองสินค้าต่อกรมการค้าภายใน หากฝ่าฝืนจะมีความผิดซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ด้วย
.
หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ
เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง