“ รวบเมียนมาแสบ แอบปลอมรอยตราและใช้พาสปอร์ต เข้าไปประเทศที่ 3 ”

กุมภาพันธ์ 27, 2020 | คอมเม้น 0

“ รวบเมียนมาแสบ แอบปลอมรอยตราและใช้พาสปอร์ต ตบตาเจ้าหน้าที่ ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวไปประเทศที่ 3 ”
.
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช. สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตรรอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าว ดังนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกับ ตม.จว.เพชรบุรี และ กก.สส.2 บก.สส.ภ.7 ได้ทำการสืบสวนทราบว่า ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม หน้าบริษัทขนส่งจังหวัดเพชรบุรี จะมีการลักลอบขนคนต่างด้าว ไปยังประเทศมาเลเซีย จึงสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบ บริเวณดังกล่าว เมื่อไปถึงพบรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพ-สุไหงโกลก จอดอยู่
.
จึงวางกำลังเฝ้า จากนั้นได้มีนายวิท หรือ WIT อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา ขับรถยนต์ ยี่ห้อ อีซุซุ สีดำ ทะเบียนเพชรบุรี มาจอดบริเวณท้ายรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพ – สุไหงโกลก ต่อมาได้มีกลุ่มบุคคลต่างด้าวลงมาจากรถกระบะดังกล่าวและขึ้นไปยังรถโดยสารประจำทางซึ่งจอดรออยู่ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว เพื่อขอทำการตรวจค้นรถทั้ง 2 คัน ปรากฏว่า ในรถกระบะยี่ห้อ อีซุซุ สีดำ ทะเบียนเพชรบุรี ซึ่งมี นายวิท หรือ WIT เป็นผู้ขับขี่ ตรวจพบ :

.
1. หนังสือเดินทางประเทศเมียนมา จำนวน 10 เล่ม

2. ตรายางประทับ IMMIGRATION BANGKOK THAILAND จำนวน 1 อัน
3. ตรายางประทับ IMMIGRATION MYANMAR จำนวน 1 อัน
4. ตรายางประทับ วัน เดือน ปี จำนวน 2 อัน
5. ตลับหมึกสำหรับประทับตรา จำนวน 2 อัน
.
ส่วนรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพ-สุไหงโกลก ตรวจพบ บุคคลต่างด้าวจำนวน 35 ราย (ชาย 28 ราย หญิง 7 ราย) จากการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวทั้งหมดพบว่าเป็นชาวสัญชาติเมียนมา จึงตรวจสอบเอกสารหลักฐาน พบว่า ทุกคนมีหนังสือเดินทางประเทศเมียนมา แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียดในหนังสือเดินทางที่ทุกคนนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า เป็นหนังสือเดินทางของบุคคลอื่น ซึ่งไม่ตรงกับผู้ถือหนังสือเดินทาง และพบว่ามีการใช้ตรายางที่ตรวจยึดได้ประทับลงไปในหนังสือเดินทาง ดังกล่าวด้วย
.
จากการสืบสวนสอบสวน นายวิท หรือ WIT อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนคนต่างด้าวมาจากจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อนำส่งขึ้นรถโดยสารเดินทางไปยังภาคใต้ แล้วเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยมีนายทุน ชื่อ โซ สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ว่าจ้าง ให้ขับรถขนคนต่างด้าว โดยได้รับค่าจ้าง หัวละ 500 บาท ส่วนหนังสือเดินทางและตรายางประทับ ได้รับมอบมาจาก นายโซ เพื่อแจกจ่ายให้กับคนต่างด้าวติดตัว เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างเดินทาง

.
โดยหนังสือเดินทางเล่มไหนที่วีซ่าหมดอายุ นายวิท ก็จะดำเนินการประทับตราลงในหนังสือเดินทางให้เอง ก่อนแจกจ่ายให้คนต่างด้าวถือติดตัวไว้
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ในข้อหา “ เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, นำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการด้วยประการใดอันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย,ใช้หรือได้มาและใช้ ซึ่งดวงตราหรือรอยตราของเจ้าพนักงาน, ร่วมกันปลอมขึ้นและใช้ซึ่งดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ,จัดหาหรือใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น” นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

.
พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ทำการสืบสวนขยายผลในคดีดังกล่าว และนำหนังสือเดินทาง ทั้ง 45 เล่ม ซึ่งตรวจยึดได้ ไปตรวจสอบกับระบบ Biometrics เพื่อประกอบการสืบสวนขยายผลต่อไป
.
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย

.
ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง