นิเทศ… เพาะช่าง “ไม่เคยรักใครเท่า…ติ๋ม”

ตุลาคม 9, 2019 | คอมเม้น 0

งาน​มุ​ฑิ​ตา​จิต​อาจารย์​พรทิพย์​ หุตะสิงห์​ “ไม่เคยรักใครเท่าติ๋ม” 5 ตุลาคม​ 2562 เส้นทางแห่งความภาคภูมิใจ…เส้นทางแห่งวัยเกษียณ
.
“เพาะช่าง” เป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง ที่ให้ความอบอุ่น เป็นสุขได้พบเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมายทั้งประสบการณ์ที่ดี เรื่องราวดีๆ เหล่านั้นได้ถูกบันทึกอยู่ในความทรงจำ ผ่านพ้นเข้าสู่วาระแห่งการเกษียณอายุ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจ ด้วยความรักและผูกพันได้เป็นส่วนหนึ่งในสายเลือด “แดงดำ”

บทสัมภาษณ์พิเศษของนักศึกษา “ไม่เคยรักใครเท่าติ๋ม”
ผลงานชิ้นสุดท้าย ของนักศึกษา…สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์
นักศึกษา …อาจารย์ติ๋ม เริ่มสอนที่นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ครับ
อาจารย์ติ๋ม…ก็เริ่มตั้งแต่ปี พศ. 2527
นักศึกษา…อาจารย์ติ๋ม มีวิธีการสอนนักศึกษาอย่างไรบ้าง ?

อาจารย์ติ๋ม…ถามว่า สมัยเริ่มแรก ตั้งแต่ปีพศ. 2527 นั่น มีวิธีการสอนอย่างไรใช่ไหม ก็การสอนในสมัยก่อนนั้น เป็นการแนะนำทฤษฎี ให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติ นำเสนอ แนวคิด แบบร่าง ต่างๆมากมาย แล้วนั่งคุยกัน ตรวจดูแบบร่างแบบไหนดี แก้ไขกันไป แล้วก็นำไปทำงานจริง และในกระบวนการทำงานจริง ก็มีขั้นตอนอีก ใช่ไหมล่ะ ซึ่งเมื่อพูดถึงเด็กในยุคนี้ ก็บอกได้ว่าเยอะ เยอะ อาจารย์จะสั่งให้ทำงานอะไรก็บอกมาเลยทีเดียว ก็ทำงานส่งเลย นี่ก็คือเรื่องของการเปลี่ยนแปลง ตามยุคสมัยก็เปลี่ยนไป  ถ้าถามว่าครูยังสอนอยู่ สอนอยู่ที่นี้ ครูยังไม่รู้ว่าจะยังสอนอยู่ไหมคะ ยังไม่รู้ว่าจะยังสอน ถ้ายังสอนอยู่นะคะ โชคดีหรือโชคร้ายของครูก็ยังไม่รู้


นักศึกษา… อาจารย์ติ๋มมีความภูมิใจอะไรกับที่นี่บ้าง?
.

อาจารย์ติ๋ม… ภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นศิษย์ของเพาะช่าง ครูบาอาจารย์ที่มีประสบการณ์ก็ตั้งใจถ่ายทอดความรู้ มีความรักในลูกศิษย์ มีความภูมิใจตั้งแต่เป็นนักเรียนมานะคะ เป็นนักเรียนก็ ปวช. ปวส. แล้วก็ ป.ตรี 3 4 5 6 7 ก็ 7 ปี แล้วก็มารับราชการอีก 35 ปี เรียนอยู่ที่โรงเรียนเพาะช่าง12ปี คืออยู่เพาะช่างตั้งแต่เด็ก เรียกได้ว่าอยู่ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งแก่ ภูมิใจที่เกิดมาจากที่นี่ โตจากที่นี่ แล้วก็ทำงานที่นี่ ภูมิใจที่ได้เพื่อนร่วมงานที่ดีผ่านมาแล้วก็ผ่านไป จากครูบาอาจารย์แล้วก็มาเป็นลูกศิษย์นะคะ ปัจจุบันนี้มีเพื่อนร่วมงานที่ดี แล้วก็มีลูกศิษย์ที่ดีนะคะ มีความตั้งใจ มีความใฝ่ฝัน มีความมุ่งมั่นที่จะมาเรียน ทางด้านพวกนี้(สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์) นี่คือความภูมิใจที่ได้เห็นนะคะ ถามว่าตั้งใจไหมก็ไม่ใช่นะคะ เพราะสมัยนั้นการเป็นครูศิลปะนั้น ก็โอกาสที่จะได้เข้ามาหมายถึง เรียนจบจากที่นี่แล้วก็ทำงานที่นี่ ก็ต้องเก่งจริงๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือต้องสอบเข้านะคะ ถามว่าการสอบเข้าก็วนเวียนในเรื่องของกลุ่มศิลปะ ก็คงจะเป็นด้วย ต้องกลับมาใช้หนี้ที่นี่มั้งคะ ก็เลยสอบติดที่นี้ ถึงแม้นจะอยู่ไกลไปบรรจุครั้งแรกอยู่ที่คลอง 6 ธัญบุรี สุดท้ายก็ได้มาทำงานที่นี่ ก็ถือว่าเป็นความสุขที่อยู่ที่นี่ (เพาะช่าง)
.
นักศึกษา…เมื่อต้องเจอกับปัญหา อาจารย์ติ๋มมีวิธีรับมืออย่างไร?
.

อาจารย์ติ๋ม..ปัญหาทุกอย่างเมื่อมันเกิดขึ้น มันก็มีสาเหตุของการเกิดนะคะ คิดแล้วก็ทบทวนนะคะว่าอะไรคือสาเหตุของปัญหานั้น ปัญหามีหลากหลาย ก็ต้องแยกให้ถูกว่าปัญหาไหนที่เป็นปัญหาหลัก ปัญหารอง หาทางแก้ไขให้ถูกจุดนะคะ
.
นักศึกษา…เป้าหมายหลังเกษียณของอาจารย์ติ๋ม?
.

อาจารย์ติ๋ม…  มีคนบอกเลยว่า วันที่ไม่ต้องมาทำงานวันแรก ให้นอนตื่นสายได้ ให้นอนตื่นสายได้แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าวันนี้ต้องแต่งตัวแบบไหนมาทำงาน หรือว่ามีงานอะไรต้องทำนะคะ ก็มีบางคนเหมือนกัน ที่ตื่นขึ้นมาก็รีบมาโรงเรียน มาเซ็นชื่อมาทำงาน ก็ต้องคิดว่าถ้าเราเกษียณแล้ว สิ่งที่เราอยากจะทำ เราเคยบอกว่าไม่มีเวลา เดี๋ยวรอก่อน มีงานนี่นี้ต้องทำอยู่หรืองานประจำ ก็กลับไปทบทวนตรงนั้นนะคะ ดูบ้าน  ทำสวน หรือจัดสวน ที่บ้านครูมีพื้นที่เยอะ ก็จะได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ แล้วก็ดูแลครอบครัวด้วย
.
นักศึกษา…..อาจารย์ติ๋มอยากจะฝากอะไรถึงอาจารย์ที่เคยร่วมงานทั้งศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่า
.

อาจารย์ติ๋ม… ก็คงจะต้องอดทนมั้งคะ ยุคนี้ ขอให้อดทนมากๆ อดทนที่จะสอน แล้วก็ให้ความรู้กับลูกศิษย์ ขอให้ลูกศิษย์ทำตัวให้น่ารัก แล้วก็อยากบอกว่า ครูเคยบอกเด็กหลายๆรุ่นแล้วว่า ทำให้ดีที่สุด ขยัน อดทน แล้วก็ตั้งใจ มีความตั้งใจ และมุ่งมั่นให้เหมือนกับวันแรกที่เธอก้าวเข้ามา และตั้งใจที่จะเรียนที่เพาะช่าง อย่าให้ความรู้สึกนั่นหายไป แล้ววันหนึ่งเธอจะรู้ว่า เฮ้ยฉันจบแล้ว ฉันเรียนมา 4 ปี ฉันจบแล้ว ไม่น่าเชื่อเลย ฉันเพิ่งเข้ามาแป๊บเดียวเอง ฉันอยากจะเรียนต่อ หรืออะไรอย่างนี้ถึงจะมีความสุข สำหรับศิษย์เก่าก็ต้องบอกนะคะ บ้านหลังเก่า บ้านหลังนี้ สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ หรือสาขาพาณิชย์ศิลป์ ดีใจที่คุณกลับมาช่วยกันดูแล เอาประสบการณ์ในวิชาชีพของคุณ นำกลับมาให้น้องๆได้มีโอกาสได้เห็นสิ่งใหม่ๆ มีความตื่นตัวในสาขาวิชาชีพ ใฝ่ที่จะเรียนรู้ให้สำเร็จตามความตั้งใจ
.
ขออัญเชิญพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระราชทานแก่คณะครูอาวุโส ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 ดังความตอนหนึ่งว่า
.
“…บัดนี้ ถึงหากจะพ้นหน้าที่ตามทางการแล้ว แต่ท่านก็ยังมีความเป็นครูอยู่อย่างสมบูรณ์  ทั้งด้วยกายและจิตใจ สาธุชนยังเคารพเลื่อมใสและนิยมยกย่องอยู่มิได้เสื่อมคลาย ข้าพเจ้าจึงปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะได้เห็นท่านทั้งหลาย ร่วมมือร่วมใจกัน บำเพ็ญความดี อันเป็นคุณธรรมของครูต่อไป ให้เป็นนิมิตหมาย ที่คนรุ่นหลังได้ยึดถือเป็นแบบฉบับ ในอันที่จะดำรงความบริสุทธิสะอาด ความเป็นศรีสง่าและความศักดิ์สิทธิของสถาบันครูไว้ ให้ดำรงอยู่กับชาติบ้านเมืองไทยของเรา…”