ทำอย่างไรให้ได้ Like เป็นแสน !

มีนาคม 27, 2017 | คอมเม้น 0

ยุคนี้ ใครไม่รู้จัก facebook เห็นท่าจะเชยแล้ว เพราะคนไทยครึ่งประเทศ กำลังติดเครือข่ายสังคมออนไลน์นี้งอมแงม แต่จะมีกี่คนที่เข้าใจใช้ประโยชน์ ของมันเพื่อเสริมสร้างธุรกิจ ทั้งที่ว่าไปแล้ว นักการตลาดมักพร่ำบอกกันว่า facebook นั้น ไม่เหมาะสำหรับขายของหรือหารายได้หรอก
.

แต่เหมาะสำหรับสร้างแบรนด์แบบไทยๆ!
.
ผู้พิสูจน์ทฤษฏีนี้คนหนึ่งคงไม่พ้น อรุณศักดิ์ อ่องลออ ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ที่ใช้เวลาว่างสร้างเพจจาก facebook ด้วยชื่อ  “ อาหารไทยแท้ แม่ให้มา”  ซึ่ง ไม่ได้เกิดจากแรงบันดาลใจ แต่เกิดขึ้นเพราะความคับข้องใจเสียมากกว่า แต่เมื่อมีสมาชิกเป็นแสน ก็ดูท่าว่า เพจนี้ คงจะไม่หยุดแค่เป็น “กระดานออนไลน์ระบายอารมณ์” เท่านั้น!!
.

หากจะย้อนประวัติของ “แอดมิน” เพจนี้ น่าจะเริ่มเป็นที่รู้จักจาก ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก “เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ” เพราะการนำวงดนตรีคาราบาวทั้งวงมาร่วมแสดง ล่าสุดกับภาพยนตร์ที่เพิ่งลาโรงไปอย่าง  1448  รักเรา…ของใคร ก็ต้องถือว่าเป็นหนังที่เข้ายุคสมัยรักข้ามเพศ ( LGBT) ที่กำลังพูดถึงเป็นวงกว้างในสังคม….แล้วเกี่ยวข้องอย่างไรกับอาหารไทยแท้ๆ ที่เขาอดรนทนไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมา ตั้งเพจแอนตี้เหล่าลูกผสม
.
เขาย้อนความให้ฟังถึงความผูกพันกับอาหารไทยว่า ตั้งแต่เด็ก แม่เปิดร้านขายอาหารไทยมาตลอด ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แม่ต้องพายเรือไปเรียนศึกษาหาความรู้เรื่องอาหารไทยอย่างจริงจัง เมื่อเขามีโอกาสผลิตนิตยสารภาษาไทย ชื่อ “ไกลบ้าน” วางตลาดในกลุ่มประเทศยุโรปก็อยากเผยแพร่ความเป็นไทยผ่านวัฒนธรรม, อาหาร ฯลฯ  แต่หลังจากตระเวนชิมอาหารไทยในร้านเหล่านั้น ก็พบว่าวัตถุดิบ รสชาติเปลี่ยนไป ซึ่งเรื่องนี้พอทำใจได้เพราะถือว่ามาต่างเมือง ก็ต้องมีการปรับรสชาติให้ถูกปากคนแถบนั้น
.
ครั้นกลับมาเมืองไทย ไปสั่งข้าวราดกะเพรารับประทาน ก็พบว่ามีทั้งเห็ดฟาง และข้าวโพดอ่อน ปนมาด้วย ทั้งที่กำชับแม่ค้าว่า เอากะเพราแบบไทยแท้ แต่ด้วยความไม่เข้าใจ หรือไม่รู้ว่าอาหารไทยแท้ๆ ควรมีวัตถุดิบอะไร เขาจึงคิดว่าจะเป็น “ตัวตั้งตัวตี” ทำเพจ เผยแพร่ข้อมูลอาหารไทยที่ถูกต้องให้กับคนไทยในวงกว้าง…
.
เริ่มต้นที่ความรู้มาจากคุณแม่  แถมยังขยันตระเวนเสาะแสวงหาร้านอาหารไทยแท้ สอบถามจากผู้รู้ถึงความถูกต้อง ก่อนจะนำข้อมูลมาเรียบเรียงและสร้างเพจนี้พร้อมรำลึกพระคุณมารดา จึงตั้งชื่อว่า “อาหารไทยแท้ แม่ให้มา” เมื่อวิสัยทัศน์เป็นแบบนี้ พันธกิจจึงเคร่งครัดว่า สมาชิกที่จะนำรูปมาโพสต์ลงเพจนี้จะต้องเป็น “อาหารไทยแท้” เท่านั้น มิฉะนั้นจะถูกลบโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า…
.

ช่วงแรกเขายอมรับว่า ด้วยความเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ จึงมีผู้ติดตามผลงานผ่าน เฟสบุ๊ค โปร์ไฟล์ (ส่วนตัว) จำนวนหนึ่ง พอรู้ว่าเขาเปิดเพจอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมของคนท่องเน็ตอยู่แล้ว จึงติดตามเข้ามาดู “ความเคลื่อนไหว”  พอนานเข้า แทนที่จะดูอย่างเดียว ผู้ติดตาม พอทำอาหารเสร็จ ก็ส่งรูปมาโชว์ในเฟส ให้เพื่อนดู แล้ว เขาก็จะเป็นผู้ตัดสินใจว่า ควรใส่วัตถุดิบอะไร สิ่งใดไม่ควรใส่ เพราะไม่ใช่ไทยแท้  ซึ่งก็มีทั้งผู้เห็นด้วยในการ “อนุรักษ์”  และแน่นอนว่า มีผู้ไม่เห็นด้วยว่าไม่ควรยึดติด ควรมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
.
วิวาทะครั้งนี้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนยิ่งแห่เข้ามาดูว่า แล้ว ผลลัพธ์จะเป็นอะไร ประหนึ่งกองเชียร์ที่มุงดูคนทะเลาะกัน…เพราะอยากรู้ว่าใครจะชนะ…แน่นอนว่าจำนวนผู้เข้าร่วมจึงมากมายเพราะรวมกรรมการเข้าไปด้วย…
.
อรุณศักดิ์ คิดว่า การยุติความขัดแย้งที่ดีที่สุดก็คือแบ่งพื้นที่ ให้ทั้งสองฝ่ายอยู่อย่างชัดเจน ถ้าใครยังรักที่จะเห็นความเป็นไทยแท้ๆ ก็ให้อยู่และดูข้อมูลจากเพจเดิม ส่วนพวก “ฟิวชั่น” อยากปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ก็ให้ไปเข้ากลุ่มเพจใหม่ ที่ให้ชื่อว่า “อาหารไทย ไม่แท้ แม่ไม่สั่งสอน”
.
การตั้งชื่อแบบนี้ เหมือนประชด แต่ก็ปฏิเสธความเป็นจริงไม่ได้ ว่ามีผู้แห่แหนเข้าไปกดถูกใจ เพจนี้กันกว่าครึ่งหมื่น ปรากฏว่าสองเพจนี้ เขากวาดผู้ติดตามไปเกือบสองแสน และได้สมาชิกทั้งที่ชอบและไม่ชอบอาหารไทยแท้มาอยู่ในมือเป็นจำนวนมาก
.
ตอนนี้เขาทวีความเข้มข้นของเนื้อหาด้วยการตั้งรางวัลว่า ถ้า สมาชิกคนไหน โพสต์รูปอาหารแล้วมีผู้กดไล้ท์เกิน2000 จะให้ดาวสีชมพูพร้อมแต่งกลอนให้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการตั้ง Hall of Frame เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กลุ่มได้แข่งขันส่งผลงานกัน
.
โครงการต่อไป คือการสร้างเว็บบล็อก อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะเขาคิดว่า สมาชิกเกือบสองแสนคนน่าจะมีผลต่อการประชาสัมพันธ์ให้เว็บนี้เกิดบนโลกออนไลน์ได้ไม่ยาก และที่สำคัญ คือการให้ “ป้ายแนะนำ” กับร้านอาหารไทย ที่ได้ชื่อว่า ทำอาหารไทยแท้ ซึ่งเขาวางแผนจะเดินทางไปทั่วประเทศ
.
เขาเชื่อว่า “ความเป็นไทย” เป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ภาคภูมิอยู่แล้ว เพราะเหมือนรากฐานของคนในชาติ ที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เราไม่เหมือนชนชาติใดในโลก  ในขณะที่ปัจจุบันดูเหมือน “สิ่งเหล่านี้” จะเลือนหายไป เพราะไม่รู้วิถีที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ กรณีศึกษาอย่าง เพจ “อาหารไทยแท้ แม่ให้มา” น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี ว่าหากเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้บนโลกออนไลน์ รู้จักจังหวะในการนำเสนอข้อมูล และมี “จุดยืน” ที่ชัดเจน  การนำเสนอ “ความเป็นไทย” ก็ไม่ใช่เรื่องตกยุคสมัย  ถ้ารู้จักใช้สำนวน แบบร่วมสมัยนะ  อย่างพาดหัวบนเพจแบบนี้…..รู้ยัง ?
.
……………มิได้เดียดฉันท์ อาหารใหม่  แต่มีอยู่มากมายในโลกเนต อาหารไทยรสแท้ แม้ไม่เก็ต ก็เบ็ดเสร็จ หาดู อยู่มากมาย ก็ชื่อกลุ่ม อาหารไทย รสแท้  แม่ให้มา จริงแน่ ไม่สงสัย จะโพสต์ เม้นท์ เล่นๆ ให้เห็นใจ เป็นแอดมิน ก็อ่อนไหว ไม่อยากด่า…..