“สมาร์ทการ์ด”แทน“ใบสุทธิ” ตรวจสอบสงฆ์!!

กรกฎาคม 14, 2017 | คอมเม้น 0

“สมาร์ทการ์ด”แทน“ใบสุทธิ” ตรวจสอบสงฆ์!!
ครม.ผลักดันทำ “สมาร์ทการ์ดพระ” บัตรเดียวบรรจุข้อมุลประวัติครบ ลงรายละเอียดได้ยิบๆ โดยเฉพาะการก่อเรื่องไม่งาม เช่น เคยสึกแล้วกลับมาบวชหรือไม่ เคยต้องคดีอาชญากรรมหรือไม่ เหนือกว่าใบสุทธิพระที่ใช้กันมานาน
.
“วิษณุ” แจง!บัตรสมาร์ทการ์ดพระดีกว่าใบสุทธิ
.
เมื่อเวลา 15.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวคิดเปลี่ยนบัตรประจำตัวพระสงฆ์ จากใบสุทธิพระ เป็นบัตรสมาร์ทการ์ดว่า ครม.ได้รับทราบตามข้อเสนอมาตรการอุปถัมถ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้จะต้องส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดย พศ.จะหารือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงมหาดไทย พร้อมตั้งงบประมาณ แต่เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ว่าจะทำได้โดยง่าย เพราะต้องผ่านหลายขั้นตอน อย่างไรก็ตาม บัตรสมาร์ทการ์ดนี้สามารถรวบรวมข้อมูลต่างๆของพระสงฆ์ได้ดีกว่าใบสุทธิพระ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเปรียญธรรม หรือกรณีที่พระที่มีคดีที่สึกแล้วมาบวชใหม่ รวมถึงการหมดจากความเป็นพระในกรณีอื่นด้วย
.
“ออมสิน” เดินหน้าทำบัตรสมาร์ทการ์ดพระ เก็บประวัติ สมณศักดิ์ คดีก่อนบวช
.
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า การจัดทำบัตรสมาร์ทการ์ดพระ ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้สั่งให้ไปทำเป็นโครงการเสนอขึ้นมาเพื่อจะได้ของบประมาณได้
.
“สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ พระทุกรูปทั่วประเทศมีบัตรสมาร์ทการ์ดพระ ซึ่งจะมีรายละเอียดของพระทั้งหมด ประวัติเป็นอย่างไร มีสมณศักดิ์อะไร บวชมา กี่พรรษา หรือเคยทำผิดอะไรมาบ้างหรือไม่ ส่วนตัวอยากให้สมาร์ทการ์ดพระเป็นรูปเป็นร่างโดยเร็ว ซึ่งจะมีการประสานงานกับทางสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยดูด้วย” นายออมสิน กล่าว
.
เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังเข้าหารือกับตัวแทนมหาเถรสมาคม (มส.) ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า มส.ได้รับทราบและสนับสนุนการทำบัตรสมาร์ทการ์ดพระ  ส่วนฐานข้อมูลเรามีข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนอยู่แล้ว จึงไม่ยุ่งยากอะไร โดยในบัตรเบื้องต้นจะมีข้อมูล อาทิ บวชเมื่อวันที่เท่าใด จำพรรษาวัดไหน ได้การเลื่อนยศสมณศักดิ์มากี่ครั้งรวมอยู่กับข้อมูลของกรมการปกครองที่มีประวัติอาชญากรรมอยู่แล้ว และกำลังพิจารณาว่าใครจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้บ้าง โดยจะไม่ยกเลิกหนังสือสุทธิบัตรสำหรับพระ คาดว่าภายใน 3 เดือนจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น
.
นายออมสิน กล่าวต่อว่า ในการหารือกับมส.มีความเป็นห่วงเรื่องการให้ข่าวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าบางครั้ง มีการให้ข่าวที่ตื่นเต้นเกินไป โดยมส.เห็นว่าการแถลงข่าวเกี่ยวกับวงการพระพุทธศาสนาขอให้มาหารือกันก่อน เพราะเกรงว่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย นอกจากนี้สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งเป็นประมุขฝ่ายสงฆ์ก็เป็นห่วงเรื่องนี้ด้วย.

Facebook Comments