ภาษาไทย…เริ่มวิบัติ..เพราะผู้ใหญ่หรือเด็ก

มีนาคม 27, 2017 | คอมเม้น 0

ตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช  เราคงคุ้นเคยมามากพอสมควร  กับคำพูด..มึงๆ กูๆ และจวบจนกระทั่งทุกวันนี้…คำเหล่านี้ก็ไม่ได้หายไปไหน  ยังอยู่ในวัฒนธรรมของไทยทุกที่ทุกตำบล คำพูด มึงๆ กูๆ เป็นคำไทยแท้มาแต่โบร่ำโบราณ พอยุคสมัยเปลี่ยนไป  ภาษาก็เปลี่ยนตาม  คำว่า กู  สมัยก่อน ใช้แทนตัวเอง คำว่า..มึง  ก็ใช้แทนตัวผู้ที่สนทนาด้วย และในเวลาต่อมาก็เริ่มพัฒนา  คำว่า กู มึง  เป็น  ฉัน  เธอ  เป็น ผม คุณ และอื่นๆ ที่ แตกแยกย่อย..ออกมามากมาย 
.
ระยะความห่างของเวลาแห่งการพัฒนาให้ภาษาเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นั้น  ตั้งหลายร้อยปี  เราเริ่มนับและยึดถือ..จากหลักฐานการค้นพบศิลาจารึก..สมัยพ่อขุนรามคำแหง  เป็นจุดเริ่มต้น ประชากรมากขึ้น  ต่างคน..ต่างจิตต่างใจ  ต่างความรู้สึก ภาษาเริ่มแบ่งระดับ..การใช้คำ.. สังคมเป็นผู้กำหนดคุณค่า ให้คำว่า  มึง..กู  หยาบ ต่ำ ไม่สุภาพ  เมื่อสังคมลงมติเห็นด้วยเช่นนั้น..ทุกคนถึงได้กระทำตามกันมาเป็นรุ่นๆ..เกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้ถ่ายทอดให้ลูกหลาน  อบรมสั่งสอนจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง… โดยบุพการีรวมไปถึงครูบาอาจารย์ในโรงเรียน
.
อย่างไรก็ตาม.. ภาษาไทยแบบดั้งเดิม.. ก็สวยทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว..แต่ที่เห็นตามกาลเวลาในแต่ละปี  ก็เห็นเปลี่ยนคำพูดกันแบบสนุกปาก จนบางจังหวะรับไม่ค่อยได้.. คำว่ามึง..กู  แม้สังคมจะบอกว่า  เริ่มเป็นคำต่ำไปเสียแล้ว  แต่ถ้าเราพูดให้ถูกกาล.. คำว่ากู..มึง.. ก็ยังดูน่ารักอยู่มิใช่น้อย อากัปกิริยา ก็เป็นส่วนหนึ่ง.. ที่บ่งบอกถึงความสุภาพก้าวร้าวหรือไม่.. เมื่อใช้รวมกับคำว่า  มึง..กู  กูจะสุภาพหรือไม่สุภาพนั้น ขึ้นอยู่กับกาลเทศะมากกว่า  อารมณ์ของเสียงหรือลักษณะสิ่งแวดล้อมก็ด้วยเช่นกัน  แค่เราใช้ให้ถูกเวลาและสถานที่ก็สุภาพได้
.
คำที่เคยได้ยิน ในภาษาที่มักแสลง..มาเป็นยุคๆ เด็กพั๊ง จ๊าบ กวนโอ๊ย วึ่นวือ แว๊น ฟุ้งฟิ้ง เฮ้ล เชท เป๊ะ เก๋เก๋  อย่าเยอะ  อย่ามโน  ฟุ้งมั๊ย  เลื้อน  จุงเบย   ก็ยังรับได้อยู่.. แต่ปัจจุบัน..มีอยู่ 2 คำ  ที่ได้ยินแล้วรู้สึกรับไม่ค่อยได้..เพราะมีความรู้สึกว่า..ไม่ค่อยให้เกียรติผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า นั่นก็คือวำว่า..มนุษย์ป้า  มนุษย์ลุง  แต่ยิ่งรับไม่ค่อยได้เท่าไหร่  ก็มักจะได้ยินบ่อยขึ้นทุกที  จนกลายเป็นว่าเราเองผิดไปหรือเปล่า  ที่ไม่เข้ากรอบเขา  แม้แต่ในทีวีพิธีกรข่าวหลายช่องยังพูดกันเลย.. เป็นแฟชั่นใหม่ไปแล้วหรือ.. คนมีอายุมากเป็นของเล่นสำหรับเด็กยุคใหม่ไปแล้วหรือนี่
.
สอบถามไปหลายๆคนที่มีข้อมูลมาบ้างจากแหล่งกำเนิดของคำว่า  มนุษย์ป้า..มนุษย์ลุง  ก็ได้รับคำตอบมาว่า..
.
ก่อนเกิดคำว่า..มนุษย์ป้า..ที่หลายคนพูดติดปาก ก็มีผู้หญิงท่านหนึ่ง  อายุอานามของเธอก็น่าที่จะอยู่ประมาณเรียกป้าได้   ก็เดินไปซื้อของในห้าง  ปกติในห้างเขาจะมีการเข้าคิวกันจ่ายเงิน   แต่มีป้าท่านนี้ไม่ได้ทำตามคิว  เดินลัดคิวอย่างไม่สนใจใยดีผู้ที่มายืนต่อคิวจ่ายเงินกับแคชเชียร์  พอโดนต่อว่าทำไมไม่เข้าคิว  ก็โวยวายโดยไม่ฟังเหตุผลของผู้คนรอบด้าน  แม้จะเอาเหตุผลมาพูดก็เถียงแบบข้างๆ คูๆ  ชนิดไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่ฟังใครทั้งนั้น  เถียงเอาชนะอย่างเดียว  ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ก็เลยเรียกว่า… มนุษย์ป้า
.
ไม่ผิด..ถ้ามีเหตุผลในการอ้าง  ที่จะเรียกใครสักคนว่าเป็นมนุษย์ป้า  เหมือนกับกำหนดคุณค่าของคำใดคำหนึ่งสักอย่าง  ให้กลายเป็นคำที่มีความหมายในเชิงลบ เนื่องจากคนในสังคมจัดคุณค่า… ให้นิยามเสียใหม่  คงหาคนที่จะดึงดันฝืนค่านิยมนั้นยากหากสังคมยอมรับเสียแล้ว
.
อยากจะฝากเตือนว่า  หากเจอใครที่ไม่ดีทำตัวไม่เหมาะ  ก็ขอให้เป็นแค่บางคน  อย่าเหมารวมระดับอายุ  ว่าอายุขนาดป้าเรียกว่า มนุษย์ป้าไปเสียหมด  ฟังดูแล้วมันสะเทือนใจต่อไปมันคงจะยิ่งหนักไปกว่านี้เป็นแน่ ถ้าคิดทำอย่างไรก็ได้กับภาษานี้  วันหน้าจะเอาอะไรมาภูมิใจละท่าน.. หากวิบัติไปเสียแล้ว
.
โดย.. ชาญสิทธิ์  คำเทศ 
.

Facebook Comments