๑๒๐ปี วัดบ้านก่อ “ช้างเผือกเมืองลำปาง”

ตุลาคม 29, 2019 | คอมเม้น 0

๑๒๐ปี วัดบ้านก่อ “ช้างเผือกเมืองลำปาง” ต่อลมหายใจ….มรดกทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมพื้นบ้านเมืองลำปาง รางวัลพระราชทานอนุรักษ์ศิลป์สถาปัตยกรรมดีเด่น พ.ศ. ๒๕๕๑
.
วัดบ้านก่อ ตั้งอยู่เลขที่ ๕๕ หมู่ ๖ ตำบลวังทรายคำ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง
โดยมีพระยาวิชัยวิชโย เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก การก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๒ กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๕ มีพระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นพระประธานอยู่ตรงกลาง พระพุทธรูปสององค์ประดิษฐานอยู่ด้านขวาและด้านซ้าย มีลักษณะก่อปูนปั้นทาสีน้ำมันภายนอก ต่อมาปี พ.ศ. ๒๔๖๙ ได้มีการรื้อพระวิหารหลังเก่า สร้างวิหารหลังใหม่แทน สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๗๙  เป็นวิหารก่ออิฐถือปูน โครงสร้างเครื่องบนเป็นไม้มุงด้วยแป้นเกล็ด ซึ่งปัจจุบันไม่พบวิหารในลักษณะนี้มากนัก วัดบ้านก่อแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ของคณะศรัทธาชาวบ้านก่อ บ้านต้นฮ่าง บ้านป่าฝาง

สำหรับศาสนสถานแห่งนี้ แม้อายุไม่มากนักประมาณ ๑๒๐ ปี แต่ลักษณะเด่นอยู่ที่ ภาพน้ำแต้ม หมายถึงภาพจิตกรรมพื้นเมืองของล้านนา น้ำแต้มชุดนี้ อยู่ที่วัดบ้านก่อ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันและความสวยงามโดยพ่อหนานคำป้อ อุดหนุน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ท่านได้วาดเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ พรหมจักร พระเตมิยะ พระเวสสันดร พระมาลัย และค่าวหงส์หิน จิตรกรรมที่วาดขึ้นนั้นเป็นทั้งชาดกที่ปรากฏในพระไตรปิฎก หมวดพระสุตตันตปิฎก และชาดกนอกนิบาต (ชาดกที่ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก เป็นชาดกที่ภิกษุภาคเหนือได้รวบรวมเรื่องราวมาจากนิทานพื้นบ้านนำมาแต่งเป็นชาดกขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๐๐๐)หรือนิทานพื้นบ้านอิงชาดก พ่อหนานคำป้อ อุดหนุน วาดตามจิตนาการมาจากพระคัมภีร์ใบลาน ในแต่ละภาพจะมีศิลปะที่โดดเด่นและการซ่อนเร้นไปด้วยการละเล่น วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นในยุคสมัยนั้นเช่น การแต่งกายของคนในอดีต การใช้จักรยาน การขับรถยนต์ รถม้า เป็นต้น ทำให้ภาพวาดเกิดความสนุกสนานมีชีวิตชีวา งานจิตรกรรมฝาผนังวัดบ้านก่อ เป็นภาพวาดท้องถิ่นสมบูรณ์แบบ บันทึกเรื่องราวพัฒนาการทางสังคมดั้งเดิมของลำปางตอนเหนือค่อนข้างชัดเจน

ส่วนสีที่ใช้วาดภาพมีลักษณะเป็นสีฝุ่นที่ได้จากธรรมชาติ ได้แก่ ลูกมะกา (มะกาย) หรือหินสีแดงในแม่น้ำให้สีแดง, ลูกครามให้สีน้ำเงิน, ขมิ้น เปลือกไม้เต็ง หินสีเหลืองในแม่น้ำให้สีเหลือง, ถ่านไฟฉาย เขม่าก้นหม้อดินเผา(หมิ่นหม้อ)ให้สีดา และใช้น้ำยางที่ได้จากการเคี่ยวเปลือกไม้กุก (พันธุ์ไม้พื้นเมือง) ในหม้อดินโดยตั้งไฟเคี่ยวทั้งวันจนได้น้ำยาง ประโยชน์ของน้ำยางคือ สามารถรักษาให้เนื้อสีติดกับฝาผนังได้นานคงทนเมื่อได้น้ำยางที่ข้นได้ที่แล้วนำผงสีที่เตรียมไว้มาผสม อาจเติมน้ำเล็กน้อยเพื่อลดความหนืดของสี

วิหารวัดบ้านก่อ นอกจากปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนัง มีลักษณะค่อนข้างสมบูรณ์แบบล้านนาแท้ๆ ซึ่งมีความงดงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์งานช่างฝีมือ ถ่ายทอดเป็นภาพเขียนซึ่งเป็นแบบอย่างของช่างสำนักทางภาคเหนือ โดยเฉพาะที่วัดบ้านก่อแห่งนี้ไม่มีกลิ่นอายของราชสำนัก ทว่าเป็นงานพื้นถิ่นโดยแท้ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นล้านนาแบบไม่ยึดติดกฎเกณฑ์ช่างราชสำนักแต่อย่างใด เป็นสกุลช่างพื้นบ้านลำปาง ที่ยังไม่เคยมีการกล่าวถึงมากนัก เป็นภาพเขียนที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตของชุมชน ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร หรือ “ภาพน้ำแต้ม” มีอายุมากกว่า ๗๐ ปี เขียนภาพแบบเล่าเรื่อง เป็นรูปแบบสองมิติ เรื่องราวของพุทธประวัติชาดก และชาดกนอกนิบาต หรือนิทานพื้นบ้านอิงชาดก ตัววิหารหันไปทางทิศตะวันออก มีโถงกว้างด้านหน้าก่อนเข้าสู่ภายใน ซึ่งมีรูปแต้มสีฝุ่นเรื่อง “หงส์หิน” ในวิหารมีรูปแต้มเรื่อง “พรหมจักร” “พระเวสสันดร” “พระเตมียะ” “พระมาลัยโปรดโลก” และ “พระพุทธประวัติ” พร้อมทั้งสอดแทรกสะท้อนสังคมความคิดความเชื่อ เช่น ตรงฝาผนังด้านในข้างมีการวาดภาพคนทำชั่วที่ต้องตกกระทะทองแดงในนรก แต่นายนิรยบาล ผู้ควบคุมกลับมีใบหน้าละม้ายคล้ายพระพักตร์ รัชกาลที่ ๕ นอกจากนั้น ยังมีรูปนางงามที่ทำผมทรงกระบัง สวมรองเท้าส้นตึก กางเกงขาบาน อันเป็นแฟชั่นเมื่อราวในอดีตที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีภาพเหมือนของพระภิกษุ สามเณร และผู้คนที่มาเยือนวัด เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ควรค่าแก่การศึกษาอนุรักษ์พัฒนา และสร้างสรรค์ไปพร้อมกัน เพื่อไม่ให้มรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่านี้สูญหายไป

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘ โครงการอนุรักษ์จิตกรรมฝาผนังวัดบ้านก่อ โดยความร่วมมือระหว่าง คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตพะเยา โดยมีอาจารย์วิถี พานิชพันธ์ เป็นประธานโครงการ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเอกอัครราชทูตเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
.
ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๕๑ วิหารวัดบ้านก่อได้รับรางวัลพระราชทานอนุรักษ์ศิลป์สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทปูชณียสถานและวัดวาอาราม จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่นล้านนา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ประเภทอาคารศาสนา โดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ อีกด้วย
.
เหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงมากเมื่อปี๒๕๕๗ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเกิดขึ้นผ่านมาหลายครั้ง มิได้ส่งผลกระทบต่อวิหารของวัดบ้านก่อ แต่ภัยของกาลเวลาย่อมทำให้วิหารวัดบ้านก่อ ได้ชำรุดทรุดโทรมลงจากความเสื่อมสภาพของวัสดุตามอายุขัย ต้องได้รับการบำรุงรักษาในเชิงอนุรักษ์  เพื่อต่อลมหายใจ….มรดกทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมพื้นบ้านแห่ง วัดบ้านก่อ “ช้างเผือกเมืองลำปาง” เพื่อคืนความสวยงามกลับมาให้เป็นแหล่งเที่ยวชมความสวยงามของศาสตร์ศิลป์สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทรงคุณค่าต่อไป
.
เป้าหมายโครงการในอนาคตวัดบ้านก่อ  พัฒนาวัดเป็นแหล่งเผยแผ่อบรมสั่งสอนชาวบ้านรักษาศีล เจริญสมาธิ ฟังธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วยังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ จัดทำอาคารพิพิธภัณฑ์ภายในมีข้าวของเครื่องใช้ในอดีตสามารถเข้าไปชมและถ่ายภาพได้ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้ผู้มาเยือนได้เห็นวัฒนธรรมดั่งเดิม นอกจากความสวยงามของวิหารวัดบ้านก่อ มีจิตรกรรมฝาผนังที่โดดเด่น บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน ถ่ายทอดสังคมล้านนาในอดีตแล้วโดยเฉพาะหลังคาทำด้วยไม้ทั้งหลัง พร้อมแกะสลักไม้รอบจั่ว ทางเข้าด้านหน้าวิหารราวบันไดมีประติมากรรมรูปสิงห์คู่เก่าแก่ที่มีความขลังทรงพลัง ด้วยความสามัคคีร่วมกันของคณะศรัทธาชาวบ้านก่อ บ้านต้นฮ่าง บ้านป่าฝาง ต้องการให้วัดบ้านก่อ เป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจและศูนย์เรียนรู้แก่เยาวชนและผู้มาเยือนอย่างแท้จริง ได้จัดทำพิมพ์เขียวโครงการพัฒนาวัดบ้านก่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม จัดทำเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจ ซุ้มถ่ายภาพ พร้อมจัดโซนร้านกาแฟบรรยากาศไทยๆ ซุ้มขายอาหาร ขนมของฝากพื้นเมืองให้แก่ผู้มาเยือน บรรยากาศเน้นตกแต่งภายในวัดแบบไทยล้านนา ศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ทางภาคเหนือ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าควรอนุรักษ์ไว้ และกิจกรรมวิถีชีวิตแบบดั่งเดิม นำวัสดุอุปกรณ์ผลิตจากธรรมชาติ เพื่อสิ่งแวดล้อมอันบริสุทธิ์ไม่มีมลภาวะ (ปลอดถุงพลาสติกและกล่องโฟมบรรจุอาหาร) นำมาใช้ในพื้นที่บริเวณวัดบ้านก่อ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรมและศาสนาทางภาคเหนือ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของจังหวัดลำปาง ตามนโยบายของท่านพ่อเมือง ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ชูนโยบาย “สุขทุกด้าน” ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเมืองลำปาง ด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว ในอนาคตเพื่อสิ่งแวดล้อม ปลอดถุงพลาสติกและกล่องโฟมบรรจุอาหาร อีกด้วย