“ส.ส.จารึก ศรีอ่อน จันทบุรี เขต 2” ลงพื้นที่เฝ้าระวัง แก้ปัญหาช้างป่า!!!

ตุลาคม 29, 2019 | คอมเม้น 0

โดยการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าช้างในจังหวัดจันทบุรีมีทั้งหมด 124 ตัว โดยอำเภอที่พบปัญหาช้างมี 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งหางแมว อำเภอคิชฌกูฏ อำเภอสอยดาว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบ ซึ่งความเสียหายแม้จะไม่สามารถคิดเป็นตัวเงินในภาพรวมได้ แต่ผลไม้ที่มีราคาสูงอย่างทุเรียน ต้องใช้เวลาปลูกประมาณ 5 ปี กว่าจะออกผลมาให้เกษตรกรเก็บ ในแต่ละปีจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อไร่ หมายความว่า ทุเรียน 1 ไร่ต้องลงทุนอย่างน้อย 50,000 บาท และใช้เวลาอีก 5 ปี จึงสามารถเก็บผลผลิตได้

“พอช้างป่าลงมาหากิน คืนเดียวนี่ราพณาสูรเลย 20 ไร่หายวับก็มีมาแล้ว เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา เกษตรกรบางคนไปกู้หนี้ยืมสินมาหวังจะลืมตาอ้าปากเมื่อเก็บทุเรียนได้ สุดท้ายคืนเดียว ทั้งทุนทั้งกำไรในอนาคตหายวับไปกับตา ทิ้งไว้แค่หนี้สินกับคราบน้ำตาเท่านั้น ขณะที่ทางรัฐบาลเขาชดเชยให้ไร่ละ 1,900 บาท ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับต้นทุนที่ลงไป”
.
นอกจากนี้ยังมีปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างช้างป่ากับคนสวน อย่างในปีนี้มีช้างเหยียบคนกรีดยางตายไปแล้ว 3 คน ยังไม่รวมคนที่บาดเจ็บ นอกจากนี้หากยังไม่เร่งแก้ปัญหา พื้นที่การหากินของช้างป่ายังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มจะลามไปยังอำเภออื่นที่มีการทำสวนผลไม้ในจังหวัดจันทบุรีอีกด้วย อย่างล่าสุดก็เข้ามาอำเภอนายายอามบ้างแล้ว ซึ่งการขยายพื้นที่หากิน บางครั้งยังทำให้เกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะสำหรับคนที่ใช้ถนนตอนกลางคืนอีกด้วย ขณะเดียวกันประชากรช้างใน 5 จังหวัดรอยต่อภาคตะวันออกนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้ชิมผลไม้สักครั้งก็ประทับใจในรสชาติ ทีนี้พอติดใจก็มากันอย่างต่อเนื่อง
.
ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ มองถึงวิธีการแก้ปัญหา โดยเขาระบุว่า วิธีการป้องกันปัญหาที่ทำกันอยู่คือขุดคู ซึ่งคูที่ขุดกันตอนแรกก็ยังกว้างและลึกไม่พอ ประกอบกับการติดรั้วเหล็ก แต่ช้างเป็นสัตว์ฉลาด หากรั้วไม่แข็งแรงพอ บางโขลงพอพังรั้วเข้ามาได้ ก็งัดดินของคูให้เป็นเนินทางขึ้นแล้วเดินเข้าสวนไปกินผลไม้ นอกจากนี้ประชาชนเองมีการใช้หน่วยลาดตระเวน แต่วิธีการเหล่านี้ไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ เพราะเราไม่รู้เวลาและจุดที่ช้างจะลงมากินอย่างแน่นอน
.
เราได้ตั้งแม่แบบที่ชื่อว่า “จันทบุรีโมเดล” โดยเป็นการขุดคูกว้าง 5 เมตร พร้อมทำรั้วเหล็กสูง 3 เมตรกั้นไว้อีกชั้นหนึ่ง ตั้งแต่ ต.พวา อ.แก่งหางแมว ไปสุดที่ อ.สอยดาว ระยะทางประมาณ 150 กม. แต่ตอนนี้ทำได้แล้วประมาณ 60 กม. โดยแนวรั้วดังกล่าวนั้น ช้างจะไม่สามารถเดินเข้ามาในพื้นที่ได้ เนื่องจากความลึกและความกว้างของคูนั้นช้างข้ามได้ลำบาก ในส่วนของกรณีที่คูพังจากจำนวนน้ำที่มากเกินไป เราจะมีการวางท่อให้น้ำระบายได้ พร้อมจัดชุดลาดตระเวนต่อเนื่อง หากจุดไหนมีปัญหาจะได้เข้าไปแก้ไขได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างนั้นใช้งบประมาณค่อนข้างสูง แต่เราอาจขอความร่วมมือจากทหารในพื้นที่เพื่อให้มาช่วยสร้างรั้วแบบที่เคยช่วยขุดคูมาแล้ว