โรงเรียนบ้านสบปืน Model ฟัง พูด ภาษาไทยกลุ่มชาติพันธุ์ ก้าวสู่…ผลงานระดับชาติ

กันยายน 27, 2019 | คอมเม้น 0

เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมานายประสิทธิ์ ชาวแหลง รองผอ.สพป.น่าน เขต 2 เป็นประธานพิธีเปิดการประชุม ถอดบทเรียนโครงการส่งเสริม และพัฒนาทักษะการฟังและพูดภาษาไทย เพื่อการสื่อสารสำหรับผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ประจำปีงบประมาณ 2562 ระหว่างวันที่  24-25 กันยายน 2562 ณ ห้องประชุมชมพูภูคา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 อำเภอปัว จังหวัดน่าน

รับสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า โดยนางสาวกัลยา  เจนจิจะ นายย้ง แสนโซ้ง และนางทัศนีย์  บุญราศรีจิโรจ พร้อมคณะครูโรงเรียนบ้านสบปืน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่านโดยท่านผู้อำนวยการ มนัสนนท์ ทายา ให้การสนับสนุนสู่การปฏิบัติ จัดทำกิจกรรม “โครงการการทำขนม” เพื่อส่งเสริมพัฒนาทักษะการฟัง พูด ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารสำหรับผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
.
๑. เพื่อส่งเสริมพัฒนาทักษะการฟัง พูด ภาษาไทย เพื่อการสื่อสาร
สำหรับผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง
๒. สร้างพื้นที่ และเปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง ได้ใช้ภาษาไทยในการฟัง-พูด
และสื่อสารเพิ่มมากยิ่งขึ้น
๓. เพื่อส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม ตามศักยภาพในพื้นที่ของผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง
๔. เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครอง บุคคลในชุมชนและครู สามารถทำงานร่วมกันได้
รวมทั้งสามารถนำความรู้ภาษาไทย มาประยุกต์ในครอบครัว สังคมได้อย่างสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อชุมชน

หากกล่าวถึง ผู้ใหญ่บนพื้นที่สูงมีพัฒนาการทักษะขึ้นอย่างไร เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมโครงการทำขนม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะการฟัง – พูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร สำหรับผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง  กลุ่มเป้าหมายในเขตบริการของโรงเรียนบ้านสบปืน  อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2  ประกอบด้วย 3 หมู่บ้าน 5  คุ้ม ได้แก่ คุ้มบ้านสบปืน  คุ้มบ้านห้วยดง  คุ้มบ้านสบอ้อ   คุ้มบ้าน 7  หลัง  และคุ้มบ้านใหม่ไชยธงรัตน์ ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาการฟัง – พูดภาษาไทยในการสื่อสาร จำนวน 4  คน สรุปได้ว่า การเข้าร่วมกิจกรรมเอื้อต่อการพัฒนาทักษะของกลุ่มเป้าหมาย คิดเป็นร้อยละ 80 ผู้ใหญ่ไม่สามารถ ฟัง พูดภาษาไทยสื่อสารได้ ระดับ 1 เริ่มการฝึก ฟังและพูดภาษาไทยเพิ่มมากขึ้น  ส่วนระดับ 2 สามารถ ฟัง ตอบโต้ สนทนาได้คล่อง  กล้าแสดงออก พูดถามตอบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ทั้งยังมีพื้นที่ ได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับลูกหลาน และคนในชุมชนเพิ่มมากยิ่งขึ้น  ส่วนอีกร้อยละ 20 การพัฒนาทักษะการฟัง – พูดภาษาไทยดังกล่าว ต้องอาศัยการนิเทศติดตามอย่างต่อเนื่อง และทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะ ยั่งยืนต่อไป

ประโยชน์ของคณะนักเรียนโรงเรียนบ้านสบปืนได้รับได้เรียนรู้  เป็นที่ประจักษ์ว่า นักเรียนได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยครู เข้าไปช่วยพัฒนาทักษะผู้ใหญ่ให้สามารถ ฟัง พูดสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี นอกจากจะเป็นการนำความรู้ ไปใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว นักเรียนส่วนใหญ่ก็เป็นกำลังสำคัญในการช่วยครอบครัว เพื่อช่วยยกระดับการใช้ภาษาไทยได้อย่างต่อเนื่อง ตามวิถีชีวิตแบบธรรมชาติแบบไร้กระบวนท่าของครู ในขณะที่ตัวผู้เรียนก็สามารถได้ฝึกทักษะ การใช้ภาษาไทยไปพร้อมๆกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ด้านทำคุณประโยชน์เพื่อสังคมและชุมชนของตน สิ่งเหล่านี้นำไปสู่ความภาคภูมิใจ เป็นแรงหนุน ให้นักเรียนอยากทำความดี ทดแทนคุณแผ่นดิน ผ่านการใช้ภาษา ความรู้ความสามารถของตน ตามศักยภาพที่มีอยู่ พร้อมได้พัฒนาตนเอง ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยที่นักเรียนได้เรียนรู้ จากการลงมือปฏิบัติจริง นับเป็นต้นทุนทางปัญญาและสังคม มีทักษะชีวิต ทักษะการเรียนรู้ และทักษะการทำงานที่ดี เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ ได้อย่างมีความสุข

การถอดบทเรียนที่สำคัญ ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ โรงเรียนกับชุมชนเกิดความร่วมมือกันอย่างไร มีประโยชน์ทางด้านไหนบ้าง  แน่นอน ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชนนั้น  นับเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริม พัฒนาทักษะการฟัง พูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสารให้ผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง โดยเริ่มจากบุคลากรในโรงเรียน  “ครู” เป็นแกนนำให้บริการแก่ชุมชน  เข้าไปสำรวจปัญหาเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารร่วมกับคนในชุมชน  อาทิ ผู้นำ ปราชญ์ชาวบ้าน จิตอาสา อสม. บุตรหลาน เพื่อรวบรวมข้อมูลนำมาประชุมวางแผนออกแบบกิจกรรมเพื่อตอบโจทย์ แก้ไขปัญหา สามารถยกระดับการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างยั่งยืน สำหรับโครงการหรือกิจกรรมที่นำมาปฏิบัติใช้ ต้องเป็นเรื่องที่กลุ่มเป้าหมายสนใจมีประโยชน์ สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ ในขณะที่นักเรียนเป็นตัวช่วยหลักทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยครู เข้าร่วมกิจกรรมในการสอนภาษาไทย แบบไร้กระบวนท่า ให้กับผู้ปกครอง ผ่านการสนทนาสื่อสาร พูดคุยภาษาไทยด้วยวิธีธรรมชาติ ตามวิถีชีวิตประจำวัน โดยมีครูและผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นพี่เลี้ยงคอยให้กำลังใจ นิเทศติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาจากสภาพความเป็นจริง
.
ส่วนเรื่องประโยชน์ เมื่อโรงเรียนกับชุมชนเกิดความร่วมมือกันแล้ว
สิ่งที่ได้รับ ย่อมเกื้อกูลซึ่งกันและกัน คือ ชุมชนได้สังคมที่เข็มแข็ง โรงเรียนเป็นที่พึ่งของชุมชน บุคลากรของชุมชนและรัฐได้ทำงานร่วมกัน เข้าใจ เข้าถึง รับทราบปัญหาร่วมกันแก้ปัญหา ก้าวพัฒนาไปพร้อมๆกันโดยอาศัยภาษาไทยเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ ครู และคณะทำงาน เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการนี้แล้ว ค้นพบว่า  หัวใจหลักในการทำงานครั้งนี้ สรุปได้ 2 แนว 1 เน้น  คือ แนวคิด แนวทาง และ เน้นการลงมือปฏิบัติจริง นำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างยั่งยืน นับเป็นประสบการณ์ทรงคุณค่า ควรแก่การสนับสนุนจัดกิจกรรมโดยสร้างเป็นผลงาน โรงเรียนบ้านสบปืน Model ดังนี้
.
โรงเรียน
   บุคลากร   ตัวช่วยหลัก   ประจักษ์แจ้ง
บ้าน           เสริมแรง   รัฐชุมชน    หนุนการศึกษา
สบ             ถามสุข  ถามทุกข์   ทราบเจตนา
ปืน             เปรียบภาษาป้อง  รักษ์ฟัง-พูด  ภาษาไทย
หรือเรียกว่า  โรงเรียนบ้านชุมชนร่วมใจ
.
สำหรับโรงเรียน Model 
นี้ เป็นรูปแบบที่คิดขึ้น เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะการฟังพูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสารสำหรับผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง ที่ยังฟังและพูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสารไม่ได้ สามารถใช้ภาษาไทยในการสื่อสารกับคนในชุมชน และนอกชุมชนได้ โดยไม่อาย ไม่กลัว ด้วยวิธีธรรมชาติ ตามวิถีชีวิตประจำวัน แบบไร้กระบวนท่าของครู โดยมีผู้ช่วยครูบุตรหลานเป็นตัวช่วยหลัก ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านและผู้นำในชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมตามวิถีชีวิตในแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะ
.
การถอดบทเรียนโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการฟังและพูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสารสำหรับผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง ในกิจกรรม “โครงการการทำขนม” นำเสนอเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน สามารถพัฒนานำไปต่อยอด เพื่อเสริมรายได้ในครอบครัว อันเป็นผลงาน “โรงเรียนบ้านสบปืน Model” ขึ้น