“ศุ บุญเลี้ยง” แนะโรงเรียนหาทางออก กิจกรรม “วันแม่” กระทบจิตใจ “เด็กกำพร้า”

สิงหาคม 8, 2019 | คอมเม้น 0

กลายเป็นเรื่องเด่นประเด็นดัง หลังจาก “ศุ บุญเลี้ยง” เจ้าของเพลง “อิ่มอุ่น” ที่แทบจะทุกโรงเรียนนำมาเปิดในกิจกรรมงาน “วันแม่” โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุกส่วนตัวว่า ถึงรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ควรยกเลิกจัดงานวันแม่ที่โรงเรียน โดยการเชิญ “แม่” มาให้เด็กนักเรียนกราบไหว้ เพราะมองว่าเป็นกิจกรรมแสดงความรักดาบสองคม  มีผลกระทบไปที่เด็กที่กำพร้าแม่  และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย งานนี้ “ศุ บุญเลี้ยง” ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมถึงประเด็นดังกล่าว ผ่านรายการ “ข่าวเช้า Good Morning Thailand” ช่อง MONO29 ช่วงเรื่องเด่นประเด็นดังกับ “ต๊ะ-พิภู พุ่มแก้วกล้า” ว่า…

ประเด็นที่ผมจะชี้แจงจริงๆ เลยคือ รัฐบาลเขาให้โรงเรียนหยุดวันแม่อยู่แล้ว  เท่ากับเราเห็นความ สำคัญของวันแม่ ทีนี้โรงเรียนไปเพิ่มอีกวันหนึ่งที่ไม่ใช่วันแม่โดยตรง แต่เป็นวันที่นัดเรามากราบแม่ ซึ่งครูก็มีหน้าที่ปลูกฝัง เรื่องการศึกษา เรื่องการกตัญญู อันนี้ผมเห็นดีด้วย สอนให้กราบแม่ กอดแม่ หอมแม่ ได้หมด แต่ที่สะเทือนใจคือ การเชิญแม่มาโรงเรียน ในขณะที่เด็กจำนวนมาก อาจจะไม่มีพ่อ-แม่ หรือพ่อแม่ไม่ว่างในวันที่จัดงาน มาไม่ได้ เป็นสิ่งที่ผมเห็นแล้วสะเทือนใจ แล้วไม่ใช่แค่เพิ่งเห็นด้วย เห็นมาหลายปีแล้ว  พอถึงวันแม่ก็จะมีคนพูดถึงประเด็นนี้ผ่านมาผ่านไป ผมก็คิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ทำเท่าที่คนอย่างผมคนหนึ่งจะทำได้ ก็เลยโพสต์ไปก็มีคนเข้ามาคอมเม้นท์มากมาย
.
ถามว่าประเพณีนี้ ที่บอกว่ามันมีมาตั้งนานแล้ว มันนานแค่ไหน รุ่นผมไม่มี บางโรงเรียนก็ไม่ได้จัด ก็เอ๊ะ!! หรือมันไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล เพราะฉะนั้นบางโรงเรียนถึงทำ บางโรงเรียนถึงไม่ทำ แต่จุดหลักคือ ถ้าจะทำ-ต้องระวังอะไร?? เราจัดงานวันแม่ หัวใจไม่ได้อยู่ที่การเอาแม่มา นี่คือจุดที่ผมอยากจะชี้ ยกตัวอย่างเช่นผมกำลังจะเอาไอศครีมไปแจกเด็กในโรงเรียน ผมต้องคิดว่าเอาไปกี่แท่งถึงจะพอ เอาไปตอนไหนยังไงถึงจะไม่ละลาย จัดยังไงให้เด็กตัวเล็กกินก่อน ซึ่งผมว่ามันละเอียดมากนะครับ กับการที่เราทำงานกับเด็ก โดยเฉพาะครู ซึ่งต้องมีสามัญสำนึกของความเป็นครูอยู่
.
ส่วนผู้ปกครองเอง ผมว่าพวกเขามองออก ไม่งั้นคงไม่มีคนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น  99% ที่เห็นด้วยมันอาจจะผิดก็ได้  แต่ถ้าผมเป็นนักการเมือง หรือรัฐมนตรีที่จะทำนโยบาย ผมต้องฟังเสียงพวกนี้ให้เยอะ เพราะว่ามันจะได้สอดคล้องกับแนวคิดของประชาชน  ดร.วิริยะ (ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ นักวิชาการ นำเสนอแนวคิดด้านการเรียนรู้ และผู้วิจัยพัฒนาเทคโนโลยี มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อวงการ การศึกษาของประเทศ) ก็ไปทำในเฟสบุกของเขา ผลคือ 96% ที่อยากให้ยกเลิกกิจกรรมแบบนี้
.
ซึ่งไม่ได้ต้องการยกเลิกงาน  แต่ต้องการยกเลิกการเชิญแม่มา ประเด็นนี้แหละที่ผมยกมา มาโรงเรียนแล้วกลับบ้านเอาพวงมาลัยไปไหว้แม่ที่บ้าน ซึ่งนี้คือวัฒนธรรมที่ดี ที่ถูกกาลเทศะ การกราบพ่อกราบแม่เนี่ย กราบในวาระ ไม่จำเป็นต้องไปขึ้นโชว์บนเวที จริงๆ เพลง “อิ่มอุ่น” ของผมเนี่ยถูกนำไปใช้มาก โรงเรียนเชิญผมไปร่วมงาม เขาเล่าให้ผมฟังว่าเด็กจะร้องไห้กันทั้งโรงเรียน คุณครูน้ำตาคลอ ผมก็เฮ้ย! ไม่ใช่แล้ว
.
ผมคิดว่าคนที่มีบทบาทของโรงเรียนคือ สมาคมผู้ปกครอง ที่ควรจะคุยกับทางโรงเรียน ว่าเราเห็นแบบนี้เราอยากจะเปลี่ยนแปลง โรงเรียนมันมีพื้นที่ มีบริบท มีเวลา มีครู ผมว่ามันน่ารักดีที่ลูกๆ เขียนการ์ด เอากลับบ้านก็เอาไปให้แม่  แต่บางทีแค่เขียนเรียงความก็ต้องคิดแล้วว่า เด็กที่ไม่มีแม่จะเขียนยังไง ทุกอย่างมันละเอียด อ่อน ผู้ปกครองจำนวนมาก มีความคิด มีสติปัญญา และที่สำคัญคือมีจินตนาการพอที่จะรู้ว่า แม้จะไม่ใช่ลูกของเรา ความรู้สึกเจ็บปวดของเด็ก ไม่ต้องทำวิจัยก็พอจะรู้ได้ มันเป็นสามัญสำนึกที่คนที่มีลูก หรือคนที่เป็นครูจะต้องมีอยู่แล้ว
.
หนึ่งเสียงสะท้อนจากศิลปิน, นักแต่งเพลง ที่ออกมาพูดถึงประเด็นดังกล่าว ที่กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ กันมาหลายปี  และการออกมาพูดในครั้งนี้จะทำให้แต่ละโรงเรียนนำไปปรับรูปแบบการจัดงานที่ใกล้จะถึง “วันแม่” ที่จะมาถึงนี้หรือไม่ 

Facebook Comments