“ถอดรหัสน้ำตา” “สัญญาใจนักฝัน”

กรกฎาคม 12, 2019 | คอมเม้น 0

ขึ้นไปเชียงใหม่เมื่อไม่กี่วันก่อนนัดเจอ “บอย เขมราฐ” นักแต่งเพลงปากกาทองระดับร้อยล้านวิวคนแรกๆ ของเมืองไทย ผู้สะบัดปากกาเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” “รอสายคนโสด” “รักเติมโปรฯ” รวมถึงเพลงเขียนเองร้องเอง “น้ำตาสีม่วง”
.
หลายคนสงสัยว่า “บอย เขมราฐ” ที่มีบ้านเกิดอยู่ จ.อุบลราชธานี ทำไมถึงผูกพันอะไรนักหนากับเมืองเชียงใหม่ บางคนอาจเข้าใจได้ว่าว่าเชียงใหม่เป็นถิ่นเก่าที่เขาท่องยุทธ์จนช่ำชอง บ้างก็ว่าคงมีครอบครัวอยู่ที่นั่นแล้วมั๊ง นานาเดา นานาจิตตัง แล้วแต่จะคิด แล้วแต่จะตีความกันไป

หลังจากที่เราจิบน้ำเย็นๆ ถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่สักพักใหญ่ “บอย” บอกว่าวันนี้จะพาไปเยี่ยมศิษย์พี่ เขากำลังเปิดร้านอาหารอยู่ ชื่อว่า “แรด แซ่บ นัว สาขาเชียงใหม่-สันติธรรม” และมีประโยคทิ้งท้ายก่อนขึ้นรถไปหาศิษย์พี่ว่า
.
“คนนี้ล่ะ ต้นทางแรงบันดาลใจ และเป็นคนแรกที่ร้องเพลง “น้ำตาสีม่วง”…”
.
ตั้งแต่เด็กวัยหนุ่มน้อย จนโตเป็นหนุ่มใหญ่ บอย ใช้ชีวิตที่เมืองเชียงใหม่แทบจะมากกว่าบ้านเกิดเสียด้วยซ้ำ เหตุผลไม่มีอะไรมากมายนอกจากหนีความจน มาค้นหาหนทางแห่งความอิ่มเพื่อเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงครอบครัว เมื่อมาอยู่เชียงใหม่มีครอบครัวอุปถัมภ์ นั่นคือบ้านพ่อครูที่เป็นทั้งครูที่สอนวิชาสามัญ สอนวิชาชีวิต และเป็นบ้านอคาเดมี่ล่าฝันของนักล่าฝันหลายคนอยู่รวมกัน แม้อดบ้างอิ่มบ้างก็ไม่เป็นไรเพราะปลายทางฝันนั้นสำคัญยิ่งกว่า
.
หนองน้ำสาธารณะเล็กๆ หน้าบ้านนักล่าฝัน กับผักบุ้งตามธรรมชาติที่ถูกพวกเขาช่วยกันเด็ดมาทำกับข้าวกินกัน จนแทบจะแทงยอดให้ไม่ทัน เพราะนั้นคืออาหารประทังหิวที่พอจะหาได้ในยามแร้งแค้น และช่วยแบ่งเบาภาระรายจ่ายของพ่อครูได้บ้าง
.
ความทุกข์ยากนั้นจึงแปลงร่างเป็นความผูกพันที่ทำให้ทุกคนไม่เคยลืมกันแม้ยามสุขหรือทุกข์ ตราบจนวันนี้
.
“ปาน ประกาศิต” นักร้องนักแต่งเพลงแถวหน้า

“สาวสองพันปี” ศิลปินอิสระ ดีเจนักจัดรายการวิทยุ และหุ้นส่วนกิจการร้าน แรด แซ่บ นัว
“บอย เขมราฐ” ศิลปินนักแต่งเพลง ฯลฯ
.
นี่เป็นเพียงรายนามที่ผมพอจะรู้จักบ้าง และยังมีอีกหลายชื่อที่ถูกเอ่ยถึง ซึ่งทุกคนคือศิษย์ของพ่อครูด้วยกันทั้งสิ้น  ถึงตรงนี้หลายท่านคงรู้สึกคลี่คลายแล้วว่าทำไม บอยจึงเช็คอินเชียงใหม่ มากกว่าโผล่ไปเช็คอินที่บ้านเกิดเสียอีก
.
นั่งฟังศิษย์พี่ศิษย์น้องเขาคุยกัน บางคราวเสียงหัวเราะที่ดังออกมาคือการกลบเกลื่อนคราบน้ำตาของวันวาน เพราะผมรู้ว่าพวกเขาไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เห็น แต่ผมสัมผัสได้ถึงความรักความผูกพัน
.
ก่อนหน้าที่ “บอย เขมราฐ” จะแจ้งเกิดจาก “น้ำตาสีม่วง” เพียงไม่กี่เดือน พ่อครูของพวกเขาก็ล้มป่วย และเคยเอ่ยกับผองศิษย์ไว้ว่า ต้องมีใครสักคนได้ออกทีวี มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ
.
นั่นย่อมหมายถึงหัวเชื้อไฟฝัน ที่พ่อครูได้กระตุ้นให้ลูกศิษย์ทุกคนต้องเร่งใส่เกียร์ห้า เหมือนกับกำลังบอกว่าพ่อครูจะไม่อยู่แล้วนะ
.
พลันที่ค่ายชัวร์ออร์ดิโอ้ ตอบรับมาสเตอร์เพลงชุด “ยาสีฟันกับขันตักน้ำ” ซึ่งมีเพลง “น้ำตาสีม่วง” อยู่ด้วย ผลงานชุดนั้นทำกันมาจากเชียงใหม่ เป็นงานแบบภูธรที่มาโผล่พ้นน้ำที่นครบาลในยุคแรกๆ
.
“บอย เขมราฐ”
ได้เป็นศิลปินเต็มตัวในสังกัดค่าย ต้องย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯเพื่อเตรียมการวางแผนโปรโมทร่วมกับบริษัท ในช่วงนั้นพ่อครูเริ่มป่วยหนัก ก็ได้แต่โทรศัพท์สอบถามอาการ หลังจากเพลงน้ำตาสีม่วงถูกโปรโมท ได้ไม่นานพ่อครูก็จากพวกเขาไป ลูกศิษย์ทุกคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมือนพ่อครูท่านรอดูความสำเร็จของลูกศิษย์คนใดคนหนึ่งก่อนว่า จะได้โผล่หน้าออกจอทีวีให้ท่านได้เห็น และมิวสิควีดีโอเพลงน้ำตาสีม่วง คือรอยยิ้มที่พ่อครูภูมิใจ
.
ก่อนหน้าที่จะได้ร่วมวงพูดคุยกับศิษย์พี่ของบอย ผมก็พอทราบมาบ้างว่าทางเดินของเพลงน้ำตาสีม่วง เป็นมาอย่างไร ยิ่งได้ทราบจากบากของคนต้นเรื่องจริงๆ แล้ว จึงได้เห็นอีกมิติหนึ่งว่า เพลงบางเพลงก็ใช้เวลาค้นหาเจ้าของที่แท้จริงอยู่พอสมควร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเวลาบ่มเพาะที่ดีพอ
.
“น้ำตาสีม่วง”
เคยให้ศิษย์พี่ร้องไว้แล้วนานเป็นปี แต่ไม่สามารถเดินทางไปต่อที่ไหนได้จนคนร้องก็แทบถอดใจเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น แล้ววันดีคืนดีเมื่อ บอย มีแผนสร้างงานของตนเองเพื่อเตรียมเสนอค่ายเขาจึงขออนุญาตศิษย์พี่เพื่อนำมาร้องเอง ขออนุญาตทั้งๆที่นี่คือเพลงที่เขาเขียน
.
“วันนั้นถ้าศิษย์พี่บอกว่า จะทำต่อ ผมก็ไม่เอามา…”
.
น้ำตาสีม่วง จึงไม่ใช่เพียงแค่เพลงที่ถูกเขียนขึ้นจากเรื่องจริง แต่น้ำตาสีม่วงเป็นเพลงแห่งความทรงจำของลมหายใจของพวกเขาทุกคน
.
ปรีชา นาฬิกุล
๑๒ ก.ค. ๒๕๖๒