หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สร้างฝายชะลอน้ำแหล่งต้นน้ำคืนความสมดุลให้ผืนป่า

มีนาคม 19, 2019 | คอมเม้น 0

ที่บ้านสันทนา หมู่ที่ 4 ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน พันเอก รฐนนท(ระ-ถะ-นน) รัตนโสภณ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย จัดกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ พื้นที่ต้นน้ำ หรือฝายอนุรักษ์
.
โดยร่วมกับประชาชนชาวน่าน จำนวน 414 ฝาย เพื่อสืบสานแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คืนความสมดุลย์ให้ผืนป่า ทั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อสนองแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัฐกาลที่ 9

อีกทั้ง เพื่อน้อมเกล้า น้อมกระหม่อม ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิรลงกรณ บดินเทพยวรางกูร ในรัฐกาลที่ 10 และยังเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อขยายผลไปสู่ชุมชนท้องถิ่นต่างๆอย่างกว้างขวาง
.
โดยยึดหลักองค์ความรู้ 6 มิติ ประกอบด้วยองค์ความรู้ด้านน้ำ ดิน เกษตร พลังงานทดแทน ป่า และสิ่งแวดล้อม จากปัญหาอุทกภัย ที่กำลังทำร้ายภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยอยู่ในเวลานี้ นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติแล้ว
.
ยังสะท้อนให้เห็น ถึงความอ่อนด้อยประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการน้ำ แม้หลายครั้งภัยธรรมชาติจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากมีการบริหารจัดการน้ำที่ดี รู้จักประยุกต์วิทยาศาสตร์ ภูมิปัญญาชาวบ้าน กับสภาพที่แท้จริงของพื้นที่เข้าด้วยกัน

นอกจากจะลดความรุนแรงลงได้แล้ว ยังจะทำให้มนุษย์ อยู่ร่วมกับธรรมชาติ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ซึ่งฝายชะลอน้ำ ทั้งฝายก่อหิน และฝายยางรถยนต์ เป็นโครงการที่สนองตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่มุ่งหวังอยากให้ราษฎรชาวไทย
.
ได้มีแหล่งน้ำไว้เพื่อการเกษตร ควบคู่กับรักษาสภาพความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศน์ในพื้นที่ให้ยั่งยืน ตามทฤษฎีการพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้ โดยการใช้ทรัพยากรที่เอื้ออำนวยสัมพันธ์ซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
.
สามารถแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในช่วงฤดูแล้ง ได้มีแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผืนดิน ต้นไม้ รวมถึงสัตว์น้ำต่างๆ และยังช่วยดักตะกอนหินและทราย ชะลอน้ำในช่วงฤดูฝน ไม่ให้เกิดน้ำป่าไหลหลากรุนแรง
.
พันเอก รฐนนท(ระ-ถะ-นน) รัตนโสภณผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากจะสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนแล้ว ยังสามารถปลูกจิตสำนึกแก่เยาวชน ลูกหลานของชาวบ้านในพื้นที่
.
ให้ได้ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของแหล่งน้ำในพื้นที่ต้นน้ำของชุมชนตนเอง ได้ช่วยกันอนุรักษ์ดิน น้ำ และทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เพื่อให้คงสภาพความสมดุลทางธรรมชาติ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพของป่า รักษาระบบนิเวศน์ เป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ
.
สำหรับมนุษย์ สัตว์น้ำ และสัตว์ป่า ทั้งยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับดับไฟป่าได้อีกด้วย สามารถสร้างระบบวงจรน้ำแก่ป่าไม้ในอนาคตสืบไป อีกทั้ง บรรเทาปัญหาและลดผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

Facebook Comments