ออลล์ อินสไปร์ กางแผนธุรกิจปี 62 ประกาศเข้าตลาดหลักทรัพย์

มีนาคม 14, 2019 | คอมเม้น 0

ออลล์ อินสไปร์ กางแผนธุรกิจปี 62 ประกาศเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ระดมทุนต่อยอดธุรกิจสู่ท็อปเทนอสังหาฯ ชั้นนำ
.
บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าเปิดตัว 6 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 18,250 ล้านบาท เผยรายได้รวมปีที่ผ่านมา 2,343 ล้านบาท พร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เพื่อเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 150 ล้านหุ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินระดมทุนไปใช้เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ วางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท ออลล์ อินสไปร์ฯ เติบโตด้วยความแตกต่างอย่างมีสไตล์ โดยให้ความสำคัญกับ ราคา ทำเล และดีไซน์ ภายใต้แนวคิด Class of Living “ชีวิตที่มีระดับ คือชีวิตที่คุณเลือกเอง” ทำให้ทุกโครงการของบริษัทเป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าและนักลงทุน โดยในปี 2561 มีรายได้รวม 2,343 ล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 1,978 ล้านบาท ธุรกิจนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 204 ล้านบาท และรายได้อื่น มูลค่า 160.6 ล้านบาท หรือคิดเป็น 84%, 9% และ 7% ตามลำดับ ทั้งนี้ บริษัทยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) จำนวน 11 โครงการ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561 มูลค่าประมาณ 6,354 ล้านบาท

ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่รวม 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 18,250 ล้านบาท แบ่งเป็น
.
โครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์ (High Rise) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ทำเล ทองหล่อ 12 ทองหล่อ 16 และโครงการ อิมเพรสชั่น เอกมัย (Impression Ekkamai)
.
โครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ (Low Rise) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ทำเล  ลาดพร้าว – สุทธิสาร 20 มิถุนาแยก 5 และลาซาล 83
.
ขณะที่ไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทเปิดขายไปแล้ว 2 โครงการ เป็นโครงการแนวราบ 1 โครงการที่ทำการตลาดต่อเนื่องมาจากปีก่อน นั่นคือ โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ Phase 1 ทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่ฉีกทุกกฎทาวน์โฮม เหมาะสำหรับชีวิตคนเมือง จำนวน 199 ยูนิต มูลค่าโครงการ Phase 1 ประมาณ 890 ล้านบาท
.
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวรวม 2 Phase มีทั้งหมด 308 ยูนิต มูลค่ารวม 1,391 ล้านบาทโดยประมาณ และโครงการไฮไรส์คอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ อิมเพรสชั่น เอกมัย ซึ่งเป็นโครงการลักซูรี เรสสิเดนท์ ICONIC PROJECT เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน จำนวน 380 ยูนิต มูลค่าโครงการทั้งสิ้น 4,800 ล้านบาท
.
สำหรับโครงการนี้ บริษัท ออลล์ อินสไปร์ฯ ได้ร่วมทุนกับสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นอย่าง ฮูซิเออร์ส โฮลดิ้งส์ (Hoosiers Holdings) และ คิวชู เรลเวย์ คัมปะนี (Kyushu Railway Company) ทั้งนี้ บริษัทคาดทุกโครงการเป็นโครงการที่โดดเด่น ทั้งทำเลที่ตั้งและการออกแบบที่เข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
.
นายธนากรกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 150 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นร้อยละ 26.79 ของจํานวนหุ้นหลัง IPO โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนแล้ว
.
ปัจจุบัน “ALL” มีทุนจดทะเบียนจำนวน 560 ล้านบาท และมีทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้วจำนวน 410 ล้านบาท หรือคิดเป็น 410 ล้านหุ้น
.
โดยกลุ่มบริษัทมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินระดมทุนที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพ ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานในอนาคต
.
ด้าน บริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ในการนำหุ้น บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า
.
ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุญาตแบบคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชน ของ ALL เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดกรอบระยะเวลาการนำเสนอข้อมูลนักลงทุน (โรดโชว์) ทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไป
.
ก่อนที่จะมีการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 150 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 26.79 ของจำนวนหุ้นหลัง IPO
.
เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559 – 2561 นั้น กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
โดยมีรายได้รวม จำนวน 420 ล้านบาท, 714  ล้านบาท และ 2,343 ล้านบาท ตามลำดับ และในช่วงเวลาเดียวกันกลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 11 ล้านบาท, 81 ล้านบาท และ 343  ล้านบาท ตามลำดับ
.
ซึ่งจากอัตราการเติบโตของบริษัทฯ แสดงถึงสถานะทางการเงินและการเติบโตของบริษัทฯ ที่แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด

Facebook Comments