ไอคอนสยามเนรมิต ‘ไอคอนคราฟต์’ พื้นที่นำเสนอคุณค่าความเป็นไทยผ่านงานนวัตศิลป์

พฤศจิกายน 2, 2018 | คอมเม้น 0

วันนี้ ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามูลค่า 54,000 ล้านบาท
.
ซึ่งจะเปิดให้บริการในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 นี้ ประกาศเปิดตัว “ไอคอนคราฟต์” พื้นที่ที่เนรมิตขึ้นเป็นพิเศษในไอคอนสยาม เพื่อนำเสนอคุณค่าความเป็นไทยสู่ทุกสายตาทั่วโลก ด้วยการรวบรวมงาน นวัตศิลป์และงานคราฟต์แบบร่วมสมัยหลากหลายประเภทของคนไทยมาไว้ในที่เดียว
.
เปิดโอกาสให้ช่างฝีมือไทยได้ต่อยอดความสามารถ เพิ่มคุณค่าในผลงาน ตลอดจนเพิ่มโอกาสและเพิ่มพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายผลงานของตนในโครงการที่จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

นายไชยยง รัตนอังกูร ผู้บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด ‘การสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย’ หรือ Creating Shared Value และ ‘การร่วมกันรังสรรค์’ หรือ Co-Creation โดยมุ่งหวังที่จะรวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกัน และนำเสนอคุณค่าความเป็นไทยให้ทั่วโลกได้รู้จักและร่วมชื่นชม
.
จึงเป็นแรงบันดาลใจในการเนรมิตพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร บนชั้น 4 และชั้น 5 ของไอคอนสยาม ให้เป็นอีกหนึ่งพื้นที่พิเศษใช้ชื่อว่า ไอคอนคราฟต์ โดยผนึกความร่วมมือกับนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ นักพัฒนานวัตกรรม และช่างฝีมือหลากหลายแขนง จำนวนกว่า 300 ราย ร่วมกันนำเสนองานนวัตศิลป์และงานคราฟต์ของไทยอย่างสร้างสรรค์
.
เพื่อสืบสานภูมิปัญญางานช่างฝีมือของไทย ส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดเพื่อยกระดับและเพิ่มคุณค่า ตลอดจนเผยแพร่งานนวัตศิลป์และงานคราฟต์ฝีมือคนไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก เป็นการเพิ่มโอกาสในการจัดแสดงและจัดจำหน่าย ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้กระจายไปทั่วประเทศ
.
ในขณะเดียวกันไอคอนคราฟต์มุ่งหวังจะเป็นอีกแม็กเน็ตหนึ่งทางด้านการท่องเที่ยวที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกผู้ชื่นชอบงานคราฟต์ให้อยากเดินทางมาเยือนประเทศไทย

ไอคอนคราฟต์ ถูกนำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Innovative Craft designed for everyday life’ คือการนำงานแบบเก่าและความโบราณมาปรับให้เป็นงานสมัยใหม่ เกิดเป็นศูนย์กลางงานนวัตศิลป์และงานคราฟต์ไทยแบบร่วมสมัยที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน
.
โดยนักออกแบบรุ่นใหม่จะได้มีโอกาสนำทักษะงานช่างจากอดีตซึ่งมีคุณค่ามาสืบสานและพัฒนาต่อยอดให้เกิดเป็นรูปแบบที่น่าสนใจ มีความแปลกใหม่ สามารถเข้าถึงได้ง่าย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ
.
การจัดสรรพื้นที่ของไอคอนคราฟต์ ได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากสาขาวิชาชีพของช่างสิบหมู่ของไทย โดยแบ่งเป็น 7 โซนหลัก ได้แก่
.
(1) The Smith งานช่างทอง ช่างโลหะต่าง ๆ
(2) The Painter งานลงสีลงยา งานเขียน วาดลวดลาย งานลงรักปิดทอง
(3) The Sculptor งานปั้น
(4) The Carpenter งานช่างไม้ ช่างแกะสลัก
(5) The Weaver งานช่างทอ ช่างจักสาน
(6) The Gastronomer งานปรุง งานสร้างสรรค์อาหาร
และ (7) The Therapist งานแพทย์แผนไทยและผลิตภัณฑ์สำหรับการบำบัดและดูแลสุขภาพ
.
นอกจากนั้นยังมีโซนสำหรับจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็น House Brand ของไอคอนคราฟต์ โซนเฉพาะสำหรับนักออกแบบรับเชิญที่จะเข้ามาจัดแสดงผลงานแบบหมุนเวียน โซนที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมสร้างสรรค์ผลงานได้ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของศิลปินนักออกแบบผู้เชี่ยวชาญ เและโซนพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

นางปารีสา จาตนิลพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนคราฟต์จะเป็นเสมือน Multi-Brand Store ขนาดใหญ่ ที่รวบรวมงานนวัตศิลป์และงานคราฟต์ของคนไทยมานำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัย โดยได้คัดเลือกผู้ประกอบการและศิลปินนักออกแบบทั้งรายใหม่และรายเดิมที่อยากจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่
.
รวมไปถึงผู้ประกอบการและนักออกแบบจากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม และศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ เข้ามาร่วมมือกับไอคอนสยามในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำงาน การขาย การพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ให้ดูทันสมัยและใช้งานได้จริง
.
จึงเป็นการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริงเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้แก่วงการงานนวัตศิลป์และงานคราฟต์ของไทย”
.
“นอกเหนือจากจะจัดแสดงและจำหน่ายผลงานของช่างฝีมือไทยแล้ว ไอคอนคราฟต์ยังเปิดพื้นที่ Campus Zone ให้นักเรียนและนักศึกษาที่เรียนเกี่ยวกับงานออกแบบและงานช่างศิลป์ด้านต่างๆ   ได้นำผลงานมาจำหน่าย พร้อมกับทดลองตลาดเพื่อนำไปปรับปรุงผลงานตลอดจนพัฒนาแนวทางการตลาดให้ดียิ่งขึ้น
.
เป็นการสนับสนุนและบ่มเพาะอนาคตของชาติให้เติบโตเป็นผู้ประกอบการที่มีคุณภาพในอนาคต โดยในช่วงแรกได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศิลปากรและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำผลงานการออกแบบซึ่งเป็นงานวิทยานิพนธ์ที่มีความแปลกใหม่และผ่านการคัดเลือกแล้วของทั้งสองสถาบันมาจัดแสดง
.
ส่วนในอนาคต Campus Zone พร้อมเปิดพื้นที่ต้อนรับงานคราฟต์จากสถาบันการศึกษาอื่นๆ และผลงานจากทั่วโลกให้มาจัดแสดงที่นี่ด้วย” นางปารีสา กล่าว

นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกผู้ออกแบบพื้นที่ไอคอนคราฟต์ กล่าวว่า “ไอคอนคราฟต์ตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้น 4 และชั้น 5 ของไอคอนสยามฝั่งที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่โดดเด่นและมีความสำคัญมาก จึงมีแนวคิดที่จะทำให้เป็นเสมือนหัวแหวนที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนที่มาเยือนไอคอนสยาม
.
ภายใต้หัวใจสำคัญคือการออกแบบให้มีลักษณะและความรู้สึกแบบไทย แต่ก็มีความทันสมัยและอยู่ร่วมกับปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน โดยได้นำรากของวัฒนธรรมและงานฝีมือมาใช้ในงานสถาปัตยกรรมในมุมมองแบบใหม่ ซึ่งเป็นมุมมองของสถาปนิก ที่แตกต่างไปจากมุมมองของนักออกแบบผลิตภัณฑ์
.
ทำให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของงานคราฟต์ได้อย่างแปลกใหม่น่าสนใจ นอกจากนั้น ยังได้ผสมผสานกับแนวคิดการสร้างงานแบบ Authenticity มีความตรงไปตรงมาตั้งแต่ระดับโครงสร้าง คือสถาปัตยกรรมในไอคอนคราฟต์จะต้องสวยงามทั้งภายนอกและมีโครงสร้างที่เหมือนกันอยู่ด้านในด้วย ไม่ได้เป็นเพียงโครงธรรมดาที่ตกแต่งสวยงามเฉพาะด้านนอกเท่านั้น”
.
“ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือการพัฒนาคอนเซ็ปต์การออกแบบไปพร้อมๆ กับไอคอนสยามแบบ    co-evolve จนได้ภาพที่ชัดเจนร่วมกัน คือรูปทรงออร์แกนิกหรือรูปทรงที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากงานคราฟต์ของไทยที่มีเส้นโค้งและความอ่อนช้อย ดังนั้นในไอคอนคราฟต์จะเต็มไปด้วยเส้นโค้งที่ทำให้เกิดมุมมองแตกต่างกันออกไปเมื่อมองจากแต่ละมุม
.
ให้ความรู้สึกว่าพื้นที่แต่ละส่วนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา น่าตื่นเต้น และคาดเดาไม่ได้ว่าจะเห็นอะไรในมุมต่อๆ ไป อีกทั้งยังมีดีไซน์ของเครื่องมือที่ใช้ในงานคราฟ์ต่างๆ ผสมผสานสอดแทรกอยู่ในงานสถาปัตยกรรมด้วยวิธี abstract ไอคอนคราฟต์จึงเป็นพื้นที่บอกเล่าเรื่องราวของคนไทย
.
ผ่านงานฝีมือของคนไทยซึ่งก้าวผ่านข้อจำกัดด้านวัฒนธรรมและเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความสนุกสนาน ความร่าเริงแบบไทยๆ ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้มาเยี่ยมเยือนกลับไปสร้างสรรค์อะไรบางอย่างด้วยตัวเอง หรือต้องการเข้ามามีส่วนสัมผัสประสบการณ์การสร้างสรรค์ร่วมกัน” นายดวงฤทธิ์ กล่าว

.. ภาวิณี สันติศิริ ซึ่งให้เกียรติมาร่วมสร้างสรรค์ไอคอนคราฟต์ในฐานะ Art Director ผู้ควบคุมการตกแต่งภายใน กล่าวว่า “พื้นที่ทั้งหมดของไอคอนคราฟต์ได้รับการตกแต่งภายในให้มีความเป็นไทยที่ผสมผสานความทันสมัยเอาไว้อย่างกลมกลืน เพื่อให้ดูร่วมสมัยและสอดรับกับวิถีชีวิตตลอดจนความสนใจของคนในยุคปัจจุบัน
.
แต่ยังคงเอกลักษณ์ทางศิลปะและวัฒนธรรมของไทยเอาไว้ โดยได้หยิบยกอาชีพช่างสิบหมู่ส่วนหนึ่งมาเป็นแนวคิดและแรงบันดาลใจในการจัดสรรพื้นที่สำหรับนำเสนอผลงานความคิดสร้างสรรค์ของช่างฝีมือไทย”
.
ม.ล. ภาวิณี กล่าวว่า “ในพื้นที่ทั้ง 7 โซนของไอคอนคราฟต์ จะมี Art Installation หรืองานศิลปะประจำโซน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาและภูมิปัญญาเบื้องหลังผลงานหรือผลิตภัณฑ์ในโซนนั้นๆ โดยไอคอนสยามได้รับเกียรติจากศิลปิน นักออกแบบที่มีชื่อเสียง หรือปรมาจารย์ทางด้านงานคราฟต์ มาร่วมสร้างสรรค์ Art Installation ทั้ง 7 ชิ้น ได้แก่
.
โซน The Smith โดยคุณ จิระเดช และคุณพรพิไล มีมาลัย เจ้าของรางวัล Asian Cultural Council Fellowship Awards New York ปี 2010
.
โซน The Painter โดยคุณพลอย จริยเวช นักเขียน นักแปล และนักออกแบบคอนเซ็ปต์ชื่อดัง
.
โซน The Sculptor โดยคุณอุดม อุดมศรีอนันต์ เจ้าของรางวัล Grand Prize Award จากงาน Design of the Year 2004
.
โซน The Carpenter โดยคุณสุวรรณ คงขุนเทียน เจ้าของรางวัล Grand Prize Award จากงาน Design of the Year 2004
.
โซน The Weaver โดยคุณน้ำฝน ไล่สัตรูไกล นักออกแบบผู้เชี่ยวชาญการผสมผสานศิลปะ สิ่งทอ และแฟชั่นเข้าด้วยกัน เจ้าของรางวัล Design of the Year Award 2017 สาขา Textile Design
.
โซน The Gastronomer โดย ผศ.เอกรัตน์ วงษ์จริต
.
และโซน The Therapist โดยคุณสกุล อินทกุล ศิลปินนักจัดดอกไม้ชื่อดังระดับโลก และผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้”

ไอคอนคราฟต์จัดแสดงผลงานและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กว่า 5,000 ชิ้น โดยช่างฝีมือไทยกว่า 300 ราย อาทิ แบรนด์ Angsa, Prem วัวลาย, Coth Studio, เบญจรงค์ ศ หลังสวน, homlom, เบญจเมธา, Sumphat, Doting, Thxful for Small mercies
.
AWA décor, Yano handicraft, Bhukram, Mathatra, บุญรัตน์ไทยคราฟท์, Borriboon Craft, Ayodhaya, SAIJAI RICE เมฆไอศครีม, หิว Hungre.he, Akha Ama Coffee, monsoon tea, เฌอ ชีวา, ภูโคลน, ยันต์, Maleeya Natural Product, WATAPO และ nuaynardhandcraft
.
ไอคอนคราฟต์ มีกำหนดเปิดให้บริการพร้อมไอคอนสยาม ในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ โดยมีอีกหนึ่งไฮไลท์พิเศษคือ นิทรรศการ “สยามทำมือ”
.
ซึ่งจะจัดแสดงต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2562 ผลงานโดยคุณวิภู ศรีวิลาส ศิลปินไทยชื่อดังที่ประสบความสำเร็จในระดับสากล ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศออสเตรเลียมานานกว่า 15 ปี และมีงานแสดงผลงานเซรามิคในหลายประเทศทั่วโลก

 

Facebook Comments