กะเทาะกึ๋น “กอล์ฟ” G9+ โปรดักชั่นงานชุกแห่งปี

พฤศจิกายน 1, 2018 | คอมเม้น 0

“ผมมาได้ขนาดนี้ถือว่าไกลมากแล้วครับ จากเด็กปาดคาราโอเกะ มาถึงวันที่สร้างทีมงานเป็นของตัวเอง พร้อมลุยทุกงานอย่างเต็มที่ เพื่อตอบแทนทุกท่านที่ให้โอกาส แก่ทีมงานเล็กๆของผม”
.
เป็นคำกล่าวอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวมากๆของ “กอล์ฟ” เจ้าของโปรดักชันเฮาท์ที่ชื่อว่า G9+ (อ่านว่า จี ไนท์ พลัส)  เมื่อเทียบกับผลงานที่เขาและทีมงานสร้างสรรค์สู่สายตาประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะงานมิวสิควีดีโอเพลงลูกทุ่งภาพสวยๆมุมมองใหม่ๆ โดยเฉพาะ 3 ผลงานล่าสุดที่หลายคนดูแล้วประทับใจและอินไปด้วยกับเรื่องราวจนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็น “ซังได้ซังแล้ว” (ต่าย อรทัย) “ผู้หญิงหลายมือ” (ศิริพร อำไพพงษ์) “เจ้าตั๋วว่าฮักอ้าย” (มนต์แคน แก่นคูณ)

“สุรศักดิ์​ พรหมสราญ” หรือ “กอล์ฟ” หนุ่มอีสานบ้านเกิดอยู่อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ จะเรียกให้ดูเท่ห์ๆหน่อย เขาก็คือสตาร์ทอัพด้านโปรดักชั่นเฮาท์ที่มีอายุเกือบจะน้อยที่สุดของวงการอีเว็นท์ และแวดวงมิวสิควีดีโอเพลงลูกทุ่งก็ว่าได้ กว่าจะมาถึงวันนี้ได้เส้นทางชีวิตก็ต้องฝ่าเปลวเพลิงแห่งชีวิตมาแทบเอาตัวไม่รอด
.
จุดเริ่มของ “กอล์ฟ” มาจากความชื่นชอบงานกราฟฟิกชนิดที่เรียกได้ว่าหลงใหล มาตั้งแต่สมัยเรียนระดับปริญญาตรี  แต่กว่าจะจบปริญญาตรีได้ก็ใช้เวลามากกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวอยู่หลายปีพอสมควร เข้าเรียนนิเทศศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย แต่ไปจบที่มหาวิทยาลัยราชภัฎโคราช  (ความสามารถพิเศษห้ามลอกเลียนแบบ)
.
ตลอดการเรียนเขาพยายามมุ่งมั่นงานด้านกราฟฟิก วันหยุดสุดสัปดาห์นั่งรถทัวร์มาเที่ยวหาเพื่อนที่ราชภัฏจันทร์เกษม กลายเป็นจุดเริ่มของการแหย่ขาเข้ามาในวงการเพลงลูกทุ่งด้วยความบังเอิญ
.
“ผมเข้ามาเที่ยวหาเพื่อนในกรุงเทพฯ มีโอกาสได้รู้จักกับ “เฮียชัย ศิษย์ประเสริฐ” ผู้จัดการ “คัฑลียา มารศรี” ซึ่งตอนนั้นกำลังโปรโมทเพลงชุด “ปูนาขาเก” เฮียชัย ให้โอกาสผมลองทำกราฟฟิกคาราโอเกะ หรือปาดตัวหนังสือเนื้อเพลงคาราโอเกะ นั่นเป็นจุดเริ่มแรกที่สุดของผม ถือว่าโอกาสครั้งนั้นเป็นเหมือนสะพานที่ทอดยาวมาจนถึงวันนี้”
.
หลังจากจุดเริ่มนั้น ทำให้เขามุ่งมั่นเรียนและฝึกฝนงานด้านกราฟฟิกอย่างเอาเป็นเอาตายควบคู่กับงานด้านการถ่ายวีดีโอและตัดต่อ ก็คงเหมือนๆกับนักศึกษานิเทศศาสตร์แทบจะทุกคนที่ชื่นชอบการได้ออกภาคสนามฝึกปฏิบัติการทดลองทำรายการเป็นกลุ่มๆ เมื่อถึงช่วงฝึกงานเขายื่นคำร้องของมาฝึกงานมายัง “บริษัท อาร์เอสโปรโมชั่น” แล้ว “อาร์เอสฯ” ก็ได้ส่งรายชื่อเขาเข้าไปบรรจุในทำเนียบเด็กฝึกงานของอาร์สยาม

“ผมฝึกงานที่อาร์สยามในตำแหน่งครีเอทีพรายการ “เมืองไทย…ใช่เลย” มีความผูกพันกับพี่ๆทีมงานทุกคน และเขียนใบสมัครงานไว้ หลังจบไม่นานก็ได้รับการเรียกตัวมาทำงานกับบริษัทอาร์สยาม ทำงานกับพี่ๆทีมงานทุกคนด้วยความรักความผูกพัน พี่ใช้ให้ทำอะไรทำหมด สนุกกับงานเพราะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งต่างคนต่าง แยกย้ายไปทำงานตามวิถีของความถนัดของแต่ละคน ผมก็เช่นกัน”
.
หลังจากที่ “กอล์ฟ” ออกจากอาร์สยามเขาได้นำเงินที่เก็บหอมรอมริบมาลงทุนซื้ออุปกรณ์ และชักชวนเพื่อนพ้องน้องพี่มาทำงานโปรดักชันเล็กๆชื่อว่า “G9+” เป็นชื่อที่มีความหมายอยู่ในตัวไม่ทิ้งลายครีเอทีพเลย
.
G=GOOD แถมพ้องกับชื่อตัวเอง “GLOF”
9 = หมายเลข 9 ทำอะไรขอให้ประสบความสำเร็จมีความเจริญก้าวหน้า
+ =PLUS คือความเป็นบวก เป็นงานสร้างสรรค์เชิงบวก
.
โดยรวมคือมีความหมายดี
.
งานส่วนใหญ่ที่ G9+ ได้รับมาจาก “อาร์สยาม” ซึ่งช่วงต้นๆนั้น เขารับงานถ่ายทำและตัดต่อมิวสิควีดีโอให้กับศิลปิน
.
“นุช วิลาวัล อาร์สยาม” เพลง “เอาเวลาได๋หล๋อยไปฮักกัน”
“เบิ้ล ประทุมราช อาร์สยาม” เพลง “ให้น้องไปสา”
“เอเชียร์ อาร์สยาม” เพลง “ใจรอนแรม”
.
ระหว่างนี้ก็รับงานอีเว็นท์ทั่วไป กำกับเวที ออกแบบงานชนิดที่ทำได้ทุกอย่างจัดให้ตามงบประมาณ
.
เมื่อความเก๋าเริ่มมีมากขึ้นจากประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนานนับสิบปี กอล์ฟก็ได้รับงานที่มีมูลค่ามากขึ้น ใหญ่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมสบายดีทีวีสัญจรทั่วประเทศ รวมถึงการสร้างสรรค์มิวสิคซีรีย์ที่เสมือนหนังใหญ่มีผู้เกี่ยวข้องมากมาย ถึงตรงนี้หลายท่านคงรู้สึกตั้งคำถามแล้วใช่ไหมว่า ทำไมในห้วงที่หลายๆคนบนว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่ทำไมเขาถึงยืนหยัดอยู่ได้ ผมตั้งประเด็นถกเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจนสกัดออกมาเป็นเคล็ดวิชาที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์หากจะนำไปปรับใช้
.
– เรียนรู้ตลอดเวลา
– กล้าที่จะลงทุนอุปกรณ์เพื่อให้งานออกมาดี
– มีมารยาทและสัมมาคารวะ
.
กอล์ฟเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆจากกูรูอยู่เสมอ คอสการเรียนระยะสั้นราคาหลายหมื่นบาทเขาก็กล้าลงทะเบียนเรียนรู้ด้วย เมื่อเรียนรู้จากกูรูก็มาสู่การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงาน หากตัวเองยังไม่มีถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็จัดซื้อจัดหามาใช้งาน หรือไม่ก็เช่าอุปกรณ์นั้นๆมาใช้กับการทำงาน และประเด็นที่สำคัญคือการมีสัมมาคารวะมีมารยาทเคารพต่อวิชาชีพเคารพต่อผู้ร่วมงานทุกระดับจึงส่งผลให้ทีมงานเขายังคงมีงานชุกอยู่เสมอ
.
“การไม่หยุดพัฒนา คือการดำรงชีพอย่างยั่งยืน”
“กอล์ฟ”กล่าวคำนี้ทิ้งท้ายก่อนเราต้องแยกย้ายไปทำหน้าที่ของแต่ละคน
.
เป็นกำลังใจให้ครับ
สร้างสรรค์งานดีๆออกมาสู่สังคมต่อไป
ปรีชา นาฬิกุล
๓๑ ต.ค.๒๕๖๑

 

Facebook Comments