ปลูกฮักลงแผ่นดิน เพิ่มมูลค่าให้ผืนนา “กัดไม่ปล่อย ไม่ยอมถอย ไม่ยอมแพ้”

กันยายน 5, 2018 | คอมเม้น 0

ขออนุญาตให้คำนิยามนี้แด่ ยอดนักสู้เมืองยโสธร “วิทย์ มหาชน” อดีตนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์มือทอง อีกคนหนึ่งของเมืองไทย ที่ตอนนี้เขาผันตัวมาลุยงานด้านเกษตรอย่างเต็มตัว ในฐานะหัวหมู่ทะลวงฟันแห่งกลุ่มเกตษรกรที่ชื่อกลุ่มว่า “ปลูกฮัก”
.
“ปลูกฮัก” ชื่อสั้นๆแต่มีความหมายชัดเจน จากคำนิยามของสมองนักเขียนเพลงดัง ที่หลับตานึกถึงเพลง “โนราห์โนบาร์” “บัณฑิตกรีดยาง” จะวิเคราะห์ได้ถึง เบื้องลึกทางหัวใจของเขานั้นผูกพันกับแผ่นดินเกิด ผูกพันกับวิถีเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง บทเพลงจึงยังคงความไพเราะแม้ผ่านมาหลายปี
.
“วิทย์ มหาชน” มุ่งมั่นที่จะกลับไปพลิกผืนดินบ้านเกิดเมืองนอนที่ยโสธรให้มีมูลค่าเพิ่มทุกตารางวาดั่งความมุ่งมั่น และเขาก็ทำสำเร็จเมื่อเขาทุ่มเทเวลา ๕ ปีเต็ม กับกลุ่มแตงโมอินทรีย์ปลูกฮักยโสธร ทำการพลิกการขายจากเหมาสวน ที่เขาเปรียบว่า “ผีถึงป่าช้า ไม่ฝั่งก็เผา” เมื่อแตงโมสุกแล้วไม่ขายก็เน่า
.
ราคาก็ตามที่คนซื้อกำหนด แต่กลุ่มปลูกฮักทำตลาดแนวใหม่นอกตำราลุยปะฉะดะ จนวันนี้แตงโมของกลุ่มทุกลูกชั่งกิโลฯขายทุกลูก ราคาพุ่งสูงขึ้นแบบกระโดดทำให้สมาชิกเกษตรกรในกลุ่มมีรายได้มากขึ้นหลายเท่าตัวในปัจจุบัน
.
และในช่วงวิกฤตราคาข้าว ทางกลุ่มปลูกฮักก็ร่วมกับทางกองทัพอากาศพาชาวนาไปขายข้าวในโครงการ “ทัพฟ้าช่วยชาวนาไทย” ที่สนามกีฬาธูปเตมีย์จนสามารถขายข้าวสารจากชาวนาได้เกือบ ๒๐๐ ตัน และทางกลุ่มปลูกฮักยังบุกกองบัญชากการตำรวจนครบาล(บชน.)
.
โดยพ.ต.อ.อาคม จันทราช รองผบก.อำนวยการนครบาลขณะนั้น จนได้เข้าพบท่าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหิถาวร ผบช.นครบาลขณะนั้น พร้อมคำนิยามเก๋ๆ “นครบาลช่วยขาย เพิ่มรายได้ให้ชาวนา”จนเป็นที่ฮือฮา สามารถขายข้าวแบบผูกปิ่นโตกับสน.ต่างๆและประชาชนที่มาซื้อผ่านบชน.ได้อีกเกือบ ๔๐ ตัน
.
ไม่เพียงเท่านั้นยังลุยต่อถึงสุดยอดของตำรวจคือ คอมมานโดกองปราบ กลุ่มปลูกฮักก็เอาข้าวสารหอมมะลิแท้ๆแบบปลอดสารมาทำโครงการ “คอมมานโดช่วยชาวนา”
.
กับสุดยอดผกก.สายธรรม นักพัฒนาตัวจริง พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล จนขายข้าวได้อีกหลายสิบตัน และยังลุยขายข้าวถึงมูลนิธิช้างหัสดินทร์หัวหินอีกเกือบ ๔๐ ตัน จนชาวนาของหลายๆกลุ่มพ้นวิกฤต ล้วนมาจากการลุยดะของกลุ่มปลูกฮักทั้งสิ้น
.
และปัจจุบันแตงโมอินทรีย์ของกลุ่มก็มีจำหน่ายในซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำในแบรน”ปลูกฮัก” ชนิดที่ไม่พอจำหน่าย ซึ่งทางกลุ่มได้วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แต่ก็ต้องใช้เวลา เพราะทุกอย่างจะมีมาตรฐานสากลกำกับจากมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทยในชื่อ PGS และมาตรฐาน “ออแกร์นิกซ์ไทยแลนด์”
.
พลังความสามัคคีของกลุ่มยังมีอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้กำลังต่อยอดและพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์ อย่างฟักทองค้าง ภายใต้ชื่อ “ปลูกฮักฟักทองค้าง”ที่ปลูกแบบปราณีตสะอาดลูกฟักทองไม่โดนดินสักลูก จนมียอดจองเป็นหมื่นๆลูก และอีกหลายๆสินค้าที่จะนำออกจากผืนนาอินทรีย์ในแผ่นดินบ้านเกิด
.
เพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง กลุ่มปลูกฮักกำลังวางแผนธุรกิจที่อัดแน่นด้วยหลักธรรมาภิบาลเต็มรูปแบบในชื่อ “บริษัท ปลูกฮักประเทศไทย จำกัด” เตรียมที่จะสร้างโรงงานแปรรูปอาหารหลายชนิดมูลค่าเกือบร้อยล้านบาท เพื่อแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรอินทรีย์มากมายหลายชนิด เพื่อก้าวสู่ตลาดออร์แกนิกซ์แท้ๆ ทั้งในตลาดส่งออกและภายในประเทศ
.
ความก้าวหน้าความสำเร็จระดับประเทศของกลุ่มคนเล็กๆกลุ่มหนึ่ง วันนี้กลับทรงพลังได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนล้วนเกิดมาจากความรักและกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด และเขาศรัทธาต่อผืนนาอันเป็นมรดกของพ่อแม่ปูย่าตายายว่ามันต้องเกิดปาฎิหาริย์ถ้าทำจริงและเป็นธรรมกับพี่น้องเกษตรกร
.
วันนี้จึงไม่แปลกที่กลุ่มๆนี้จะคว้า ๓ รางวัล ที่ทุกกระทรวงและทุกรมต้องส่งผลงานเพื่อให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ กพร.เป็นคนประเมินและตัดสิน ซึ่งประกอบด้วย
.
๑.รางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารแบบมีส่วนร่วม
๒.รางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม 
๓.ผู้นำหุ้นส่วนความร่วมมือ
.
รางวัลที่ได้มาคือความภูมิใจที่อย่างน้องแรงที่เราทุ่มลงไป ทุกหยาดเหยื่อไหลหยดสู่ผืนนา เริ่มผลิดอกออก ผลอย่างงดงาม
.
เรื่องราวของกลุ่มปลูกฮัก 
และคนเพลงชื่อ “วิทย์ มหาชน” ยังมีอีกหลายแง่มุมให้ติดตามและน่าตาม
.
กลุ่มปลูกฮัก สู่บริษัท ปลูกฮักจำกัด จะก้าวสู่ปลูกฮักมหาชนได้หรือไม่เราจะรอดูและเอาใจช่วย ว่าคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้จะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่จากผืนนาได้หรือเปล่า
.
แค่นี้พวกคุณก็สุดยอดแล้ว ไปให้ถึงจุดหมายนะปลูกฮักมหาชนนะ
จงปลูกพืชพันธุ์ความเพียรลงบนผืนนา สร้างมูลค่าให้ผืนนา สูวิถีเกษตรกรผู้มั่นคง อย่างแท้จริง
.
ปรีชา นาฬิกุล 
๕ ก.ย.๒๕๖๑

 

 

Facebook Comments