• Lifestyle

“ธรรมรัตน์ เขียวแก้ว” มุมมองการทำงานของ “คนรุ่นใหม่” กับธุรกิจอสังหาฯ จากเด็กบ้านนอกสู่เจ้าของกิจการ 1,000 ล้าน

พฤศจิกายน 30, 2017 | คอมเม้น 0

“ธรรมรัตน์ เขียวแก้ว” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอแคร์ อินเตอร์คอร์โปเรชั่น จำกัด จากเด็กหนุ่มบ้านนอก ที่ตัดสินใจเลือกมุ่งศึกษาพร้อมทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียน จากเป็นพนักงานขายในบริษัทเล็กๆ จนเติบโตสามารถส่งตัวเองเรียนจนจบ และคิดที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง…
.
คุณธรรมรัตน์ เล่าให้ฟังว่า “มีอยู่วันหนึ่ง ได้ตัดสินใจ หยิบกระดาษ A4 ขึ้นมาเขียนโปรเจกค์ เปิดร้านขายอาหารสัตว์ นำเอาไปเสนอธนาคารแห่งนึงได้เงินสนับสนุนมาสามแสนบาท จึงนำไปเปิดร้านแถวถนนเพิ่มสิน เขตสายไหม จนเมื่อปี 53-54 ก็ได้เริ่มจดทะเบียนบริษัท โดยเริ่มต้นไม่นาน เกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ ทำให้ธุรกิจอาหารสัตว์ผมเจ๊งหมดเลย เงินสามแสนที่ไปกู้มา หมดไปกับน้ำที่ท่วมกรุงเทพฯ ในครั้งนั้น”
.
“แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมสู้อีกครั้งคือ ได้มีโอกาสฟังธรรมะ จากท่าน ว.วชิรเมธี ผมชอบคำพูดหนึ่งของท่านและยังเป็นคติประจำใจของผมมาถึงทุกวันนี้ ท่านได้กล่าวไว้ว่า “หากคุณฝันที่จะเป็นอะไร จงบอกตัวเองว่า สำเร็จเพราะคิด สัมฤทธิ์เพราะทำ” ผมลงมือทำ… ตัดสินใจเอาบัตรเครดิตทั้งหมดไปรูด นำไปซื้อของมาใส่เพิ่ม แล้วก็ทำการตลาดใหม่ทั้งหมด โดยเริ่มจากเอามอเตอร์ไซต์ไปตระเวนขาย จนกระทั่งยอดขายเจริญเติบโตขึ้นมาจึงขยายสาขาเรื่อยๆ จนทุกวันนี้มี 3 สาขาในกรุงเทพฯ ผมทำการตลาดเพิ่มเข้าไปอีก โดยการขายส่ง ให้กับกลุ่ม ลูกค้าโรงงานจีนซึ่งตอนนี้ยอดขายบริษัท ไอ แคร์อินเตอร์คอร์โปเรชั่น จำกัด ที่ก่อตั้งขึ้น เติบโต 8-9 ล้าน ต่อเดือน”
.
ธุรกิจอสังหาฯ
ธุรกิจ “อสังหาริมทรัพย์” กลายเป็นหนึ่งใน “ตัวเลือก” การลงทุนในปัจจุบัน จากปัจจัยความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคทุกวัย
.
“ธรรมรัตน์ เขียวแก้ว” จึงสนใจเข้ามาสู่ธุรกิจอสังหาฯ และได้พูดถึงโครงการที่ได้เข้าไปดูแลจนประสบความสำเร็จ ทั้งในหัวหินและภูเก็ตว่า “โครงการทั้ง 2 ที่นี้ถือว่าเป็นพื้นที่ทำเลทองคำ และสามารถตอบโจทย์ ของกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยผมซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ด้อยคุณภาพ นำมาปัดฝุ่นใหม่ หรือนำมาทำการแก้ไข ปรับปรุงใหม่ โดย ทีมงานมืออาชีพโดยเรามองในเรื่อง 3 ประเด็นหลักๆ ก็คือ 1. ทำเล 2. ราคา 3. การออกแบบและดีไชน์ โอกาสในการเพิ่มมูลค่ารายวัน นับวันยิ่งหาซื้อยาก ยิ่งแพง เพื่อให้ตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่”
.
“วิธีการทำงานของผม คือการคุยเจราจากับทางลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ ที่เป็นแลนด์ลอร์ด โดยขอเหมาไปทั้งออลออฟชั่น ในราคาต่ำกว่าต้นทุน คือ ซื้อตึก ซื้อสัญญา ใบจอง ขายสัญญาใบจอง และก็ตั้งขาย แม้กระทั่งวันเวลาที่มันตกแต่งเสร็จแล้ว พร้อมเข้าอยู่แล้ว ในการเพิ่มมูลค่า นั่นหมายความว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เราเพิ่มมูลค่าจาก ตรงนี้ ทำให้ยอดขาย ในด้านอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มมูลค่าได้ถึง 200 – 300 เปอร์เซ็นต์”
.
กุญแจสู่ความสำเร็จ
.
“การวางธุรกิจของผม ก็คือว่า ผมรักษาเครดิตเท่าชีวิต เพราะผมเริ่มต้นธุรกิจด้วยปากกาและกระดาษ A4 เพียงแค่ใบเดียว ดังนั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องมีเงินถึงจะทำธุรกิจได้ ขอแค่คุณมีศรัทธาและความเชื่อที่เราจะทำตามฝัน ความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อมครับ”
.
กุญแจสู่ความสำเร็จ ของผมและองค์กร มีอยู่ 4 อย่าง 1.ที่ 2.ทีม 3.ทุน 4.บุญ ครับ 1.ที่… สำคัญยังไง? มีบริษัทที่ขายโมเดลให้สำเร็จ ตั้งยอดขายจากร้านเล็กๆ สู่การเป็นคู่ค้าที่ประสบความสำเร็จ รวมแล้วได้ 9 ล้านบาท ต่อเดือน และมีรายได้จากบริษัทลูกอีกกว่า 200 ล้าน บาทต่อปี 2.ทีม เรามีทีมที่จะได้รับการจัดสรร ปันส่วน ในเรื่องของหุ้น เชิญให้ขึ้นไปเป็นผู้บริหาร โดยที่คุณไม่ต้องมาตอกบัตรเข้าออฟฟิศ แต่เราจะให้ทำภารกิจก็คือว่าคุณรับเป้าหมายไป และไปทำให้ได้ตามเป้าหมาย คือมันเป็นทวนกระแสสังคม สังคมเราชินกับการที่เข้าออฟฟิศโดยการตอกบัตร แต่สิ่งที่ผมให้กับทีมของผม คือว่า คุณรับโปรเจกต์ ไปแล้วคุณก็ไปทำงานให้ได้ตามเป้าหมาย
.
3.ทุนในหนึ่งโปรเจกต์ ผมจะใช้ทุนส่วนตัวเพียงแค่1/3 อีก 2 ส่วน จะใช้เงินกู้จากธนาคาร และด้วยเหตุนี้เราจึงระมัดระวังอย่างยิ่งยวดเพื่อให้ธุรกิจไม่พลาดพลั้ง จนเข้าสู่สภาวะขาดทุน แต่เมื่อเรามีกำไร มันทำให้เรามีเครดิตและเติบโตไปได้อย่างรวดเร็ว จากการสนับสนุนจากธนาคาร 4.บุญ เปรียบเสมือนไฟฟ้าที่มีอยู่จริง แต่มองไม่เห็น บุญเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมองค์กร ของเราให้ เป็นหนึ่งเดียว ทุกชาติ ศาสนา เผ่าพันธุ์ ระลึกได้ถึงบุญ เราจึงสละเวลาและรายได้ส่วนหนึ่ง คืนสู่สังคม เริ่มต้นที่บริษัทของเรา คนของเรา และสังคมรอบข้างของเรา…
.