ที่ดินหลีเป๊ะพ่นพิษ รอง ผบ.ตร.กัดไม่ปล่อย จ่อออกหมายเรียกสอบปากคำข้าราชการผู้ใหญ่พัวพันทุจริต

พฤศจิกายน 13, 2017 | คอมเม้น 0

วันนี้ วันจันทร์ 13 พ.ย.60 พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.บุกพื้นที่เกาะหลีเป๊ะรอบสองพร้อมเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อรังวัดที่ดินพิพาท นำชี้แนวเขตที่ดินที่ป่าไม้อนุญาตให้ตำรวจสร้างสถานีตำรวจและบ้านพัก พบมีการรุกล้ำเขตวนอุทยานถึง 9.5 ไร่ ราคาประมาณไร่ละ 30 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 285 ล้านบาท ก่อสร้างเป็นรีสอร์ทหรู ค่าห้องพักคืนละกว่าหมื่นบาท เงินสะพัดปีละกว่า 2,000 ล้านบาท แต่นายทุนรวยคนเดียว
.
หลังจากที่วานนี้ พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดสตูล กรณี สภ.หลีเป๊ะถูกนายทุนกร่างฟ้องไล่ที่ ทั้งที่ตนเองได้เอกสารสิทธิ์มาโดยมิชอบแล้วยังถูก นางณัฏฐ์ญา สมานุกร ยื่นฟ้องกรมตำรวจเป็นจำเลยว่ารุกล้ำที่ดินของตน แต่สุดท้ายศาลฎีกายกฟ้อง ชี้ตำรวจได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ถูกต้อง แต่เป็นที่น่าสงสัยว่านางณัฏฐ์ญา ได้เอกสารสิทธิ์บนที่ดินแปลงดังกล่าวมาได้อย่างไร
.
ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ตำรวจรื้อถอนบ้านพักข้าราชการออกไปจากที่ดินพิพาท ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 30 นายต้องสร้างเพิงไม้ชั่วคราวเป็นที่พักอย่างน่าอนาถา
.
ทั้งนี้ รรท.รองผบ.ตร. ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลีเป๊ะ พร้อมให้กำลังใจและมอบโอวาทแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลีเป๊ะ ว่าวันนี้ได้มาพบท่าน อยากบอกกับท่านว่าผมพร้อมที่จะเดินคู่กับท่าน ปฏิบัติการร่วมกันในการดำเนินการ เพื่อที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น เป็นไปด้วยความเป็นธรรม ดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตำรวจ ผมขอเป็นกำลังใจให้ท่าน
.
การมาครั้งนี้จะต้องบังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ขอให้เพื่อนตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ของทุกหน่วยงานไม่ว่าตำรวจ จะมาจากหน่วยไหน ถือว่าเป็นตำรวจด้วยกันทุกคน มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ป้องกันปัญหายาเสพติด ไม่ให้ลุกลามขึ้นมาบนเกาะหลีเป๊ะแห่งนี้ ดูแล อำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดถึงพี่น้องประชาชนคนไทย
.
โดยเกาะหลีเป๊ะแห่งนี้มีความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยว ดังนั้นพวกท่านคือส่วนหนึ่งของเกาะหลีเป๊ะ จึงต้องช่วยกันดูแลสภาพสิ่งแวดล้อม ให้เป็นสภาพแวดล้อมที่ดี สะอาดเป็นเกาะแห่งธรรมชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยว
.
ที่สำคัญจะต้องไม่ปล่อยปละละเลย หรือยินยอมให้ ผู้หนึ่งผู้ใดกระทำผิดกฎหมาย ด้วยการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือรุกล้ำ บุกรุก ที่สาธารณะรวมทั้งวนอุทยาน ขอให้ข้าราชการตำรวจที่อยู่ ณ ที่นี้ร่วมมือร่วมแรง ร่วมใจ กับหน่วยราชการอื่นๆ ที่มาปฏิบัติหน้าที่บนเกาะแห่งนี้ ถือว่าเป็นเครือข่ายภาคีพันธมิตรที่ดีร่วมกัน การที่จะดำเนินการรักษากฎหมาย บางครั้ง ไม่สามารถทำสำเร็จได้ลำพังเพียงคนเดียว ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
.
ดังนั้นส่วนราชการอื่นๆมาขอความร่วมมือจากเรา เราต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ขณะเดียวกันเราขอสนันสนุนกำลังจากหน่วยข้างเคียง อย่างเช่นวันนี้ เป็นภาพลักษณ์ที่มองให้เห็นแล้วว่า ไม่มีส่วนราชการใดที่โดดเดี่ยว เดียวดาย
.
เราทุกคนเป็นทีมงานเดียวกัน เป็นข้าราชการเหมือนกัน มีหน้าที่ต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์แห่งรัฐ ป้องกันดูแลให้เกาะหลีเป๊ะ แห่งนี้ให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนบนเกาะและนักท่องเที่ยว ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยว สถานที่แห่งนี้ให้มากๆ เพื่อที่จะได้มีรายได้เข้ามามากๆ เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน
.
อยากจะเรียนถามทุกท่านว่า “พร้อมไหมครับที่จะปฏิบัติการเพื่อดำรงไว้ซึ่งการรักษากฎหมายและความถูกต้องบนเกาะหลีเป๊ะแห่งนี้” ผมขอเป็นกำลังใจให้ครับขอขอบคุณทุกท่าน
.
โดยในวันนี้ พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ได้นำเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสตูลมารังวัดที่ดินที่กรมป่าไม้อนุญาตให้ตำรวจใช้พื้นที่เพื่อสาธารณะประโยชน์ จำนวน 10 ไร่ และพบว่านายทุนสร้างรีสอร์ทหรูรุกล้ำที่ดินที่แปลงดังกล่าวถึง 9.5 ไร่ สร้างผลประโยชน์หลายร้อยล้านต่อปี และยังถูก นางณัฏฐ์ญา สมานุกร ยื่นฟ้องกรมตำรวจเป็นจำเลยว่ารุกล้ำที่ดินของตน
.
แต่สุดท้ายศาลฎีกายกฟ้อง ชี้ตำรวจได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ถูกต้อง แต่เป็นที่น่าสงสัยว่านางณัฏฐ์ญา ได้เอกสารสิทธิ์บนที่ดินแปลงดังกล่าวมาได้อย่างไร ทั้งที่ ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ชัด ไม่พบร่องรายการทำกินบนที่ดินพิพาทก่อนสร้าง สภ.หลีเป๊ะ ตามที่นางณัฏฐ์ญา กล่าวอ้างว่าบรรพบุรุษอาศัยและทำกินบนที่ดินผืนนั้นมาหลายสิบปี อีกทั้งยังกล้าฟ้องขับไล่ตำรวจทั้งที่ได้สิทธิ์ในที่ดินมาโดยมิชอบ
.
จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบว่ามีอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดเป็นผู้หนุนหลัง ออกหน้าและเอื้อประโยชน์ให้นายทุนทุกเรื่อง สั่งให้พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกข้าราชการที่มีส่วนพัวพันมาให้ปากคำ หากพบว่ามีส่วนรู้เห็นก็จะร้องขอออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีต่อไป
.
สุรเชษฐ เดลิมิเร่อร์ รายงาน

Facebook Comments