“เฮ่งเฮียง” ขนมเปี๊ยะบางเลน คงความอร่อยครองใจลูกค้ากว่า 80 ปี

กุมภาพันธ์ 20, 2017 | คอมเม้น 0

ขนมเปี๊ยะ ถือกำเนิดเกิดขึ้นที่ประเทศจีนเมื่อ 600 ปีมาแล้ว ข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่เมืองไทยเป็นครั้งแรกสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จากหลักฐานเอกสารในหอหลวงเรื่อง “คำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม” ได้บันทึกถึงย่านค้าขนมชนิดต่างๆ รวมทั้งขนมเปี๊ยะ ที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่มาตั้งรกรากที่เมืองไทยได้เปิดร้านขายขนมในสมัยนั้น เรียกย่านนั้นว่า “ตลาดขนมจีน” 

ถนนย่านขนมจีน มีร้านโรงจีนทำขนมเปี๊ยะ ขนมโก๋
เครื่องจันอับ ขนมจีนแห้ง ขายเป็นร้านค้า ชื่อตลาดขนมจีน”
๐ ก่อเกิดขนมเปี๊ยะ “เฮ่งเฮียง”

ย้อนกลับไปกลางพุทธศตวรรษที่ 25 หรือสมัยรัชกาลที่ 5 คนจีนแต้จิ๋วหลากหลายตระกูลต่างๆหอบหิ้วเสื่อผืนหมอนใบ อพยพหนีภาวะข้าวยากหมากแพงจากภัยสงครามจีนแผ่นดินใหญ่ หวังมาตายเอาดาบหน้าที่เมืองไทย เพราะเห็นเป็นแดนสวรรค์ ฟ้าอมร 

นายเชียง สกุลอื้อ เด็กหนุ่มวัย 19 ปี หนึ่งในผู้อพยพจากหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ในอำเภอเอียว เพ้ง ทางตอนใต้ของจีน ย่านที่เขาอยู่นิยมทำขนมกันมาก ช่วงเทศกาล โดยเฉพาะเทศกาลไหว้พระจันทร์ จะมีโรงขนมต่างๆ มาหาคนงานและช่างทำขนมที่ย่านนี้

แม้ เชียง อื้อ จะมีฝีมือการทำขนมเปี๊ยะติดตัวมา แต่กลับไม่คิดยึดอาชีพทำขนมขาย ด้วยวัยของเด็กหนุ่มในวันนั้น คิดเพียงว่า “ไม่ชอบทำขนมขาย เพราะไม่ได้เที่ยว”

เมื่อมาอยู่เมืองไทย เชียง อื้อ จึงเลือกที่จะค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อย ตั้งแต่ ค้าข้าว ค้าผ้า แต่ขาดความถนัด จึงไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพดังหวัง

จนต้องตัดใจจากอาชีพที่ชอบและฝันใฝ่ในยามนั้น  หันมาเอาดีตามความถนัดที่ตัวเองชำนาญในการทำขนมเปี๊ยะโดยเปิดร้านขนมเปี๊ยะ “เฮ่งเฮียง” ขึ้นในตลาดบางเลน จังหวัดนครปฐม เมื่อกว่า 80 ปีที่แล้ว ถือเป็นเจ้าแรกในย่านบางเลน  และค่อยๆ สั่งสมความนิยมจนชื่อ “ขนมเปี๊ยะบางเลน” เป็นที่รู้จักของนักชิมและลูกค้าทั่วไปอย่างดี

ปพิชา อภินันทนกูล ทายาทธุรกิจผู้รับช่วงต่อขนมเปี๊ยะเฮ่งเฮียง ก่อร่างสร้างตัวเพื่อเป็นมรดกตกทอดให้กับลูกหลานได้กินได้ใช้อย่างสุขสบาย

“สมัยก่อน ตลาดบางเลนเป็นตลาดเล็กๆ เตี่ยต้องไปซื้อส่วนผสมทำขนมเปี๊ยะพวกแป้งสาลีและน้ำตาลทรายจากกรุงเทพฯ เพราะของพวกนี้นำเข้ามาจากจีน  ต้องออกจากบางเลนตอนตี 3 ขึ้นเรือไฟ 2 ชั้น ไปถึงงิ้วราย 6 โมงเช้า เพื่อขึ้นรถไฟไปบางกอกน้อย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงบางกอกน้อยก็นั่งเรือข้ามฟากไปยังท่าพระจันทร์ แล้วต่อรถเข้าไปสำเพ็ง เยาวราช ตลาดน้อย หรือ พาหุรัด เพื่อซื้อของ ส่วนขากลับ รถไฟออกจากสถานีบางกอกน้อยประมาณบ่าย 2 โมงมาถึงงิ้วราย  แล้วก็ต้องรอเรือไฟมารับถึง 5 โมงครึ่ง กว่าเตี่ยจะกลับถึงบ้านก็ประมาณ 3 ทุ่ม หลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมง ตี 3 ตี 4 ก็ลุกขึ้นมาทำขนมเปี๊ยะ  เพื่อขายหน้าร้านในตลาดบางเลน และขายส่งให้กับแม่ค้าย่านใกล้ๆ ตลาด และเรือกาแฟที่พายเรือขายตามแม่น้ำ”

ปพิชา ซึมซับขั้นตอนการทำขนมเปี๊ยะ ตั้งแต่การนวดแป้ง ทำไส้  ปั้นขนมเป็นก้อนก่อนเข้าสู่กระบวนการอบ

“เตี่ยจะสอนแค่ว่า ใส่น้ำตาลประมาณนี้ ใส่น้ำนิดหน่อย ซึ่งเป็นการประมาณเอา มันยากมาก เตี่ยทำทุกวันอย่างเคยมือ แต่เราต้องมาทดลองให้ได้รสชาติเหมือนของเตี่ยด้วยการชั่ง ตวง วัด เพื่อกำหนดสูตรที่ตายตัว การนวดแป้งก็มีเทคนิคเฉพาะตัว นวดไม่ดีก็ทำให้แป้งร่วนไปบ้าง เหนียวไปบ้าง ทุกอย่างเลยต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง”

ในปี 2525 ปพิชา แยกตัวออกมาเริ่มกิจการขนมเปี๊ยะของตัวเอง โดยเตี่ยให้ใช้ยี่ห้อ “เฮ่งเฮียง” ยอดขายเดือนแรกที่ได้รับคือ  1,042 บาท กิจการขนมเปี๊ยะ ถือว่าดำเนินไปด้วยดีไม่มีปัญหาและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

และแล้ว… เส้นทางธุรกิจที่เธอเดินตามรอยพ่อก็ต้องสะดุด เมื่อเธอหันไปตื่นกระแสธุรกิจเก็งกำไรที่ดิน ซ้ำเติมให้เธอมีหนี้สินที่พอกพูนหนักขึ้นเกือบ 30 ล้าน

วันหนึ่งเธอก็มาพบกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ซึ่งให้โอกาสเธออีกครั้งในการเจริญรอยตามธุรกิจของพ่อที่ทิ้งไว้ให้ โดยเอสเอ็มอีแบงก์รับรีไฟแนนซ์ จากสถาบันการเงินรายเดิม และให้ทุนรอนหล่อเลี้ยงธุรกิจ

“ขนมเปี๊ยะเฮ่งเฮียงจะขายในระดับราคาที่เหมาะสม  เพราะคิดอยู่เสมอว่า เราขายขนมเปี๊ยะ เราไม่ได้ขายความรู้สึก หรือขายบรรจุภัณฑ์ที่มากเกินความจำเป็น  ถามว่า บรรจุภัณฑ์สวยๆ เรามีไหม  ช่วงเทศกาลที่ลูกค้าต้องการไปเป็นของฝาก เราก็มีให้  แต่จุดประสงค์หลักของเรา คือ ขายขนมที่อร่อย  ต่างกับขนมที่ขายในราคาสูง ต้องไปเสียค่าการตลาดหลายอย่าง เราจึงวางให้สินค้าของเราเป็นทางเลือกที่เหมาะสม และยึดหัวใจที่จะขายตัวขนมจริงๆ”

ขนมเปี๊ยะเฮ่งเฮียง มีหลายไส้ให้ลูกค้าได้เลือกตามชอบใจ ทั้งไส้ดั้งเดิมโบราณ อย่าง ไส้ถั่วเหลือ (ถั่วเขียว) ไส้ถั่วดำ ไส้ถั่วเหลืองปนฟัก โดยเฉพาะไส้ถั่วเค็มนั้นขายดี นอกจากนี้ยังมีขนมโก๋อ่อน คอเป็ด เหม่งทึ้ง ส่วนขนมสูตรใหม่ที่คิดค้นและได้รับความนิยมมาก คือ ขนมกระหรี่พั๊ฟ ไส้ถั่วเหลือง-กุ้งแห้ง ซึ่งใช้การอบแทนการทอด และขนมเปี๊ยะอบเทียน

ปพิชา วางจำหน่ายผ่านร้านตัวแทนในจังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนในกรุงเทพฯ ทางร้านจะนำไปจำหน่ายเองที่ตลาดนัดในสถานที่ราชการต่างๆ เช่น วันพฤหัสบดีที่กระทรวงการคลัง วันศุกร์ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และกรมประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

นี่คือ สูตรสำเร็จการทำธุรกิจขนมเปี๊ยะ “เฮ่งเฮียง” ได้อย่างยั่งยืนและยืนหยัด ครองใจลูกค้ามาจนถึงทุกวันนี้  ที่อยู่  35/2 หมู่ 4 ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

 (02) 889-4160 และ 089-444-2107     

[ngg_images source=”galleries” container_ids=”571″ display_type=”photocrati-nextgen_basic_thumbnails” override_thumbnail_settings=”0″ thumbnail_width=”240″ thumbnail_height=”160″ thumbnail_crop=”1″ images_per_page=”20″ number_of_columns=”0″ ajax_pagination=”0″ show_all_in_lightbox=”0″ use_imagebrowser_effect=”0″ show_slideshow_link=”1″ slideshow_link_text=”[Show slideshow]” order_by=”sortorder” order_direction=”ASC” returns=”included” maximum_entity_count=”500″]      

 

Facebook Comments